ดคุยด้วย
สตรีนางนั้นลุกขึ้น “ใช่ท่านย่าหลูหรือไม่! ไม่ได้เจอท่านนานแล้วจริงๆ ได้ยินว่าช่วงนี้สุขภาพของท่านไม่ค่อยจะดี พิธีศพเป็นงานที่ทำให้เหนื่อยได้ เหตุใดท่านจึงมาที่นี่หรือ”
“นี่เป็นโอกาสที่หายากมิใช่หรือ” ทั้งสองมองหน้ากันและหัวเราะโดยปริยาย
ตระกูลหมิงเป็นที่รู้กันว่ามีประเพณีของครอบครัวที่สะอาดและเที่ยงธรรม เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นจะไม่กระตุ้นให้ผู้คนอยากรู้อยากเห็นได้อย่างไรเล่า
น้องเขยลวนลามพี่สะใภ้ทำให้นางต้องจบชีวิตลง หึๆ…ตระกูลหมิงยังมีหน้าบอกว่าตนเองเป็นตระกูลที่สืบทอดความรู้และวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามจากบรรพบุรุษอยู่อีกหรือ ช่างทำให้นายท่านหมิงเซียงน่าอับอายเสียจริง!
ทั้งสองคนเขยิบเข้าไปใกล้แล้วกระซิบกระซาบกันเริ่มจากคุยเรื่องฮูหยินสามจนถึงเรื่องของนายท่านหกผู้เหลวไหลตามด้วยเรื่องเมื่อวานนี้
แต่ก็น่าแปลกปีนี้เป็นดวงตกของตระกูลหมิงหรืออย่างไร เกิดเรื่องเช่นนี้ก็ทำให้ขายหน้าพอแล้ว แต่ยังมาขุดพบโครงกระดูกในสวนของจวนตระกูลหมิงอีก
ได้ยินมาว่าเดือนก่อนคุณหนูเจ็ดพบผีเข้า คงมิใช่ว่าฮูหยินสามคิดฆ่าตัวตายด้วยเหตุนี้เช่นกันกระมัง
ไม่แน่ว่าอาจต้องฟ้องผีแทนคน…ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มพลบค่ำแล้วเวิงฮูหยินจึงพูดว่า “ได้เวลาจุดประทัดยกโลงแล้วไม่ใช่หรือ นานเพียงนี้แล้วเหตุใดยังไม่ออกมาอีก”
ได้ยินเช่นนั้นท่านย่าหลูเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน “จริงด้วย! ยกโลงใช้เ