น เลือดไหลลงชามได้ครึ่งหนึ่ง เขาก็เริ่มพิธีใหม่อีกครั้งจากนั้นใช้มือสองนิ้วจิ้มเข้าไปในชามแล้วใช้เลือดวาดยันต์บนโลงศพ
หลังเขียนยันต์ด้วยเลือดเสร็จเด็กรับใช้ทั้งแปดพยายามยกโลงขึ้นมาอีกครั้ง…
“ตึง!” เชือกขาดอีกครั้ง
คราวนี้ก็ไม่ได้ผล อยู่ๆ ตะปูที่เพิ่งตอกลงไปจู่ๆ ก็สั่นขึ้นมา!
นั่นเป็นตะปูที่ตอกโลงศพ!
เกิดความเงียบชั่วขณะแล้วก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น ลูกศิษย์ของซินแสเนตรหยินหยางร้องตะโกนขึ้นมาว่า “ผี!” แล้วเขาก็หันหลังวิ่งออกไป ซึ่งไม่มีผู้ใดจับเขาได้ทัน
……………
พิธีศพของฮูหยินสามในวันนี้มีคนมารอส่งอยู่ไม่น้อย
ไม่ใช่เพียงแค่ญาติและมิตรสหายเท่านั้น ยังมีคนที่รู้จักเพียงผิวเผินรวมไปถึงคนที่ไม่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกัน พวกเขาล้วนมากันหมด แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะเห็นแก่ตระกูลหมิง แต่มาเพราะเรื่องข่าวลือที่ละเอียดอ่อนนั่น
เรื่องเมื่อวานนี้ผู้ที่เห็นเหตุการณ์มีมากมายเพียงนั้น ตอนนี้ไม่มีผู้ใดในตงหนิงที่ไม่รู้ว่าฮูหยินสามถูกน้องเขยข่มเหงจนตาย
นั่นเป็นเพราะนายท่านสองสารภาพด้วยตนเอง!
เรื่องที่มีความเป็นส่วนตัวเช่นนี้มักจะกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเพื่อชมความตื่นเต้น พวกเขาต่างก็เดินทางมาโดยไม่จำเป็นต้องพูดอันใดพวกเขาก็เข้าใจกันดี
“เวิงฮูหยินใช่หรือไม่ ไม่ได้เห็นท่านออกมาเดินข้างนอกนานเลย” สตรีรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งเห็นฮูหยินนางหนึ่งนั่งอยู่ในเพิงสำหรับเข้าร่วมพิธีศพจึงหยุดพู