ดคิ้วจึงถามอย่างเป็นกังวล “เป็นอย่างไรบ้าง”
“เป็นการแขวนคอไม่ผิดแน่ แต่…”
“แต่อะไรหรือ”
“เป็นไปได้ว่าจะถูกรัดคอจนตายแล้วค่อยนำไปแขวนคอแทนที่จะเป็นการแขวนคอโดยตรงเจ้าค่ะ” อาหว่านชี้ไปที่รอยแผล “ท่านดูนี่สิ”
เมื่อตรวจสอบคอแล้วนางจึงคว้ามือของฮูหยินสามมาดู “เล็บถูกตัด อีกฝ่ายจัดการปัญหาภายหลังได้ดีจริงๆ”
อาหว่านมองอีกครั้งแล้วส่ายหน้า “ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดนายท่านสองถึงล่อลวงให้ท่านร้องทุกข์ พวกเขาเก็บกวาดอย่างสะอาดหมดจดแล้ว จุดที่น่าสงสัยอย่างรอยแผลเองก็บอบบางมาก ซึ่งนำมาเป็นหลักฐานได้ยาก หากตอนนั้นท่านร้องทุกข์ขึ้นมามีผู้คนเป็นพยานจำนวนมาก การชันสูตรพลิกศพก็ไม่มีหลักฐาน เขาสามารถใช้ประโยชน์จากความเห็นของผู้คนทำให้ท่านตกอยู่ที่นั่งลำบากได้เลย!”
หมิงเวยมองนาง “แต่ข้าไม่ได้ทำเช่นนั้น เหมือนแม่นางอาหว่านดูจะผิดหวังนะ”
มือของอาหว่านที่กำลังจัดระเบียบศพอยู่ชะงัก นางเงยหน้าขึ้นมามองหมิงเวย ทั้งสองคนสบตากันโดยมีโลงศพคั่นกลาง
อาหว่านก้มศีรษะลงอีกครั้ง และแต่งตัวให้กับฮูหยินสามต่อ “ท่านรู้ดีอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องพูดออกมาด้วยเล่า”
“แม่นางไม่ชอบข้าหรือ”
อาหว่านหัวเราะ “แม่นางหมิงคงไม่คิดว่าตนเองเป็นเงินทองที่ผู้ใดเห็นต่างก็รู้สึกรักหรอกนะเจ้าคะ”
“เจ้าดูโกรธเกรี้ยวนะ” หมิงเวยจับคางมองนางอย่างละเอียด
อาหว่านที่ถูกนางจับสังเกตได้ก็รู้สึกไม่สบายใจจึงตอบไปว่า “แม่นางหมิงไม่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ก่อ