“อา” สติของฮูหยินสองเตลิดเปิดเปิง นางเห็นกับตาว่าฮูหยินสามนอนอยู่ในโลง นางหมดลมหายใจแล้ว ศพก็แข็งแล้ว เหตุใดถึง…
พอพบเจอกับสิ่งที่ไม่สามารถบรรยายได้ฮูหยินสองแทบอยากจะเป็นลม
นางอยากเป็นลม แต่ก็ทำไม่ได้
สัมผัสเย็นที่มือของนางชัดเจนเป็นพิเศษเตือนให้นางรู้ว่าตนกำลังเผชิญกับสิ่งใดอยู่
ฮูหยินสองไม่กล้ามองไปตรงๆ นางหันหน้าไปทางอื่น พยายามอดทนอดกลั้นความกลัวแล้วพูดเสียงสั่นออกไปว่า “น้องสะใภ้สาม ข้าไม่ได้ฆ่าท่าน ท่าน.. ท่านอย่ามาหาข้าเลย…”
“ไม่ใช่ท่านแล้วเป็นผู้ใดกัน!” น้ำเสียงที่เคยนุ่มนวลของนางนั้นแข็งกระด้างไม่ต่างจากร่างกาย แถมยังเย็นชาอีกด้วย “พี่สะใภ้สอง เราสองคนเข้ากันได้ดีเสมอ ข้าเชื่อว่าท่านต้องรู้แน่ว่าผู้ใดเป็นคนฆ่าข้า แต่ท่านกลับช่วยเหลือพวกเขา แถมยังช่วยพวกเขารังแกเสี่ยวชี พี่สะใภ้สอง ท่านก็คือผู้สมรู้ร่วมคิด!”
คำว่าสมรู้ร่วมคิดนี้ทิ่มแทงใจฮูหยินสองเป็นอย่างมาก
“ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่!” ฮูหยินสองเกือบจะร้องไห้ออกมา “ข้าไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้าไม่มีทางเลือก!”
ฮูหยินสามไม่พูดอันใดต่อ แต่จับมือนางแน่นกว่าเดิม
ฮูหยินสองร้องไห้แล้วพูดว่า “ท่านมีเสี่ยวชี ส่วนข้ามีซานเอ๋อร์กับลิ่วเอ๋อร์ ซานเอ๋อร์ยังไม่ได้รับราชการ ลิ่วเอ๋อร์ก็ยังเล็ก! ข้าจะทำอย่างไรได้จะให้หันหลังให้ตระกูลหมิงหรือ บุรุษสร้างเรื่องขึ้นมาก็ถือว่าเป็นเรื่องของครอบครัว ภรรยาและบุตรไม่สามารถทำอันใดได้ ข้าเองก็ไม่อยากถูกพวกเขามาจ้ำจี