้จ้ำไช!”
ฮูหยินสามลากนางเข้ามาในโลง…
ฮูหยินสองใช้มืออีกข้างดันโลงศพไม้เอาไว้พยายามที่จะหลุดพ้น “น้องสะใภ้สาม ข้าขอร้องท่านล่ะ! ข้าจะช่วยท่านดูแลเสี่ยวชี ท่านอย่าทำร้ายข้าเลย ลิ่วเอ๋อร์ยังเล็กข้ายังจากไปไม่ได้!”
“ท่านมีลูกแล้วข้าไม่มีหรือ ท่านดูผู้อื่นรังแกลูกข้า แถมยังช่วยผู้อื่นจับตาดูลูกข้าอีก พี่สะใภ้สองข้าไม่เชื่อท่าน”
“ข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ” ฮูหยินสองขอร้อง “เขาพูดออกมาแล้วข้าจะทำอย่างไรได้ นอกจากนี้ข้าไม่ได้ทำอะไรเสี่ยวชีเลย เพียงแค่สั่งให้ชิวหยู่คอยดูแลนางให้ดี…”
“ท่านโกหก ชิวหยู่คอยจับตาดูลูกข้าอยู่ตลอดไม่ให้นางติดต่อกับผู้อื่น”
“คือ…”
“พี่สะใภ้สอง ท่านทำบาป ท่านต้องชดใช้!” ฮูหยินสามบอกอย่างเย็นชา “ข้ารู้หากต้องจำใจทำอีกครั้งท่านก็จะทำ ท่านทำร้ายข้า แล้วยังทำร้ายเสี่ยวชีอีก ข้าจะต้องตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ กับลูกของท่านแน่”
“ไม่!” ฮูหยินสองโพล่งออกมา “ถ้าท่านต้องการแก้แค้นก็ให้มาลงที่ข้า! ข้าเป็นผู้ทำเอง ข้าจะชดใช้ให้ท่าน แต่ได้โปรดอย่าทำร้ายลูกของข้า!”
“หึๆ…” ฮูหยินสามเพียงแค่ยิ้มเยาะแต่ไม่ตอบอันใด
ฮูหยินสองรู้สึกสิ้นหวัง ตระกูลหมิงไม่เชื่อเรื่องผีสางเทวดา นางจึงไม่ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้จึงไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรหากพบเจอผีเข้า
ด้วยความรีบร้อนนางจึงนึกถึงสิ่งที่คนเฒ่าคนแก่พูดมา คนเมื่อตายจากไปแล้วจะไม่ไปไหน เพราะในใจมีเรื่องที่ไม่อาจปล่อยวางได้ แต่หากทำตามความต้องการของพวกเขาได้พวกเข