าก็จะจากไปเอง
“น้องสะใภ้สาม ท่านบอกมาเถิด ท่านอยากให้ข้าทำอันใด ข้าจะช่วยท่าน! แต่ช่วยปล่อยข้าไปเถิด”
น้ำเสียงของฮูหยินสองมีความขุ่นเคืองเล็กน้อย “น้องสะใภ้สาม ข้าขอร้อง! ข้าไม่เคยทำร้ายผู้ใด เหตุใดข้าถึงต้องมาลงเอยเช่นนี้ด้วย!”
ฮูหยินสองร้องไห้ “ท่านโชคไม่ดีข้าจะทำอย่างไรได้! ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร การที่ต้องแต่งงานกับผู้ที่ไร้คุณธรรมก็ถือว่าตลอดชีวิตนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้ว ผู้ใดจะไม่เคยหลงผิดบ้าง คนอย่างข้าจะช่วยท่านได้อย่างไรแม้แต่ตัวข้าเองยังช่วยตนเองไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”
ฮูหยินสามไม่ได้พูดอันใดชั่วขณะ ไม่รู้ว่ารู้สึกหวั่นไหวกับคำพูดของนางหรือเปล่า
ฮูหยินสองพูดต่อว่า “ข้ารับปากท่านว่าจะดูแลเสี่ยวชีให้ ดีหรือไม่ ท่านวางใจได้ ข้าจะดูแลนางเหมือนเป็นลูกของตนเอง ไม่ให้ผู้อื่นรังแกนางได้ รอให้กำหนดเฝ้าศพแสดงความกตัญญูผ่านพ้นไป จะให้นางออกเรือนกับตระกูลดีๆ ส่งนางออกเรือนอย่างสง่างาม ไม่ให้นางทนทุกข์กับความยากลำบากอย่างที่พวกเราได้รับ…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ฮูหยินสองก็รู้สึกเสียใจ นางเศร้าโศกจริงๆ “น้องสะใภ้สาม เหตุใดข้าจะไม่เข้าใจท่าน ลูกสาวคนโตของข้าถูกรังแกจนต้องออกเรือนที่แดนไกล ข้าในฐานะมารดาเจ็ดแปดปีที่ไม่ได้เจอนางเลยสักครั้ง ข้าส่งคนไปดูนางทุกปี แต่ทุกปีนางไม่เคยฝากจดหมายกลับมาเลย ข้ารู้ว่าในใจของนางโทษข้า! แล้วข้าจะทำอย่างไรได้”
หลังจากร้องไห้ไปฮูหยินสองก็พูดว่า “ข้าจะช่วยท่านดูแลเสี่