งหนึ่ง”
หมิงเวยถาม “เรื่องอะไรก็ได้งั้นหรือ”
อาหว่านตอบ “แน่นอนว่าไม่ใช่เจ้าค่ะ คุณชายไม่ยอมถูกท่านเอาเปรียบเป็นแน่ ไม่ว่าแม่นางหมิงจะทำอันใดสำเร็จก็จะได้รับรางวัลในระดับเดียวกัน”
หมิงเวยตอบ “คุณชายหยางช่างสมกับเป็นผู้ซื่อสัตย์จริงๆ”
อาหว่านสงสัยว่าคำพูดของนางนั้นเป็นการเยาะเย้ยหรือไม่ แต่นางกลับดูสงบเหมือนคำพูดนั้นเป็นเพียงประโยคบอกเล่าธรรมดาเท่านั้น
พูดกันอีกได้สองประโยคสาวใช้ที่ชิวหยู่เรียกก็เข้ามาในห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย ทั้งสองคนจึงหยุดสนทนากันเพียงแค่นั้น
หมิงเวยยังคงเฝ้าศพต่อไป อาหว่านเองก็อ่านหนังสือต่อไปเช่นกัน
………..
ฮูหยินสองรู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก เกิดเรื่องวุ่นวายทั้งวันมีแต่คนเข้ามาสอบถามในจวนตระกูลหมิง จะให้นางทำเป็นไม่สนใจก็ไม่ได้ นางจึงทำได้เพียงแค่อดทน
นางเหนื่อยมาก และอดไม่ได้ที่จะบ่นนายท่านสี่กับฮูหยินสี่ ถึงแม้ทั้งสองเรือนจะไม่ได้แบ่งออกจากจวน แต่ฮูหยินสามก็เป็นคนฝั่งเรือนรอง
นายท่านสี่ทำตัวเหม่อลอยเหมือนผู้ที่วิญญาณออกจากร่าง แม้แต่ฮูหยินสี่เองก็เกิดป่วยขึ้นมาเสียได้ ทำได้เพียงให้แม่นมมาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องภายนอกก็ยกให้เป็นหน้าที่ของตน
นี่ตนทำบาปอะไรไว้กันแน่!
ใช่ นางทำบาปจริงๆ
ฮูหยินสองยิ้มอย่างขมขื่น ต่อให้จะมองหน้ากันไม่ติดอย่างไร แต่พอเกิดเรื่องก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่ดี นางเลือกทำอันใดได้บ้างล่ะ เป็นสตรี ออกเรือนกับผู้ใดก็คงต้องอยู่กับคนผู้นั้น