ัว
ฮูหยินสามนอนหลับอย่างสงบในโลงศพ ตอนนางยังมีชีวิตอยู่ใบหน้าของนางสดใสและมีเสน่ห์ แต่ในยามนี้ช่างดูมืดมน ไม่ว่าตอนมีชีวิตอยู่จะงดงามเพียงใด ยามตายล้วนไม่น่ามองกันทุกคน
ฮูหยินสองหัวเราะเบาๆ แววตาของนางช่างดูโศกเศร้า
“น้องสะใภ้สาม…ท่านอย่าได้โทษข้าเลย” นางพูดเบาๆ “ท่านรักเสี่ยวชีเท่าชีวิต ข้าเองก็มีลูกที่ต้องปกป้อง ผู้ใดใช้ให้เราเกิดมาเป็นสตรีเล่า เราจะไปทำอันใดได้”
ฮูหยินสองลูบโลงอย่างเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “อันที่จริงข้ารู้อยู่แล้วท่านพี่มักไปหาท่านที่นั่น คนที่นอนร่วมเรียงเคียงหมอนอย่างข้าอยากรู้จริงๆ เหตุใดถึงไม่คิดปิดบังกันสักนิด”
“แต่ข้าก็ทำอันใดไม่ได้! คนไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีผู้นั้น ขนาดลูกสาวของตนเองต้องพบเจอกับเรื่องเช่นนั้นแต่กลับไม่จัดการอันใดเลย ยังจะหวังอะไรจากเขาได้อีก! ข้าไม่รู้ว่าเขาวาดหวังอะไรในภายภาคหน้า แต่ในวันนี้สำหรับพวกเราแล้วคงทำได้เพียงมีชีวิตไปวันๆ เท่านั้น รอเพียงลูกเติบใหญ่แต่งงานแล้วให้กำเนิดบุตรชายก็ถือว่าชีวิตนี้ได้ผ่านพ้นไปอย่างดีแล้ว”
“ท่านเอาแต่โทษตัวเองที่ชีวิตนี้ของท่านช่างย่ำแย่ หากเกิดใหม่ในชาติหน้า ก็อย่าเกิดมามีใบหน้าเช่นนี้เลย!”
ฮูหยินสองกล่าวจบก็เดินจากไปมือของนางยังไม่ทันผละออกจากโลงศพไม้ จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นยะเยือก จากนั้นข้อมือของนางก็ถูกจับด้วยมืออันเย็นเฉียบ
“อา!” ฮูหยินสองร้องอุทาน และเมื่อนางก้มศีรษะลงก็ต้องตกใจกลัว
ดวงตาของฮ