นายท่านสองแทบจะไม่ได้ก้าวเข้ามาในเรือนนี้ในตอนกลางวัน หากเขาจะมาในตอนนี้ก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่เท่านั้น
“ข้าควรทำอย่างไรดี ท่านบอกมาหน่อยสิ!” คนที่หันหลังให้เขาถอนหายใจเล็กน้อย “ตอนนี้ท่านเชื่อข้าแล้วใช่หรือไม่ว่านางไม่ใช่เสี่ยวชี”
“ข้าเชื่อ ข้าเชื่อแล้ว!” นายท่านสองพูด “แต่ตอนนี้เจี่ยงเหวินเฟิงได้ยื่นมือเข้ามาแล้ว ถึงนางไม่ใช่เสี่ยวชี พวกเราก็ไม่สามารถทำอันใดนางได้”
“เป็นเพราะข้า!” เขาก้มหน้าลงมองมือตนเอง “ข้าสูญเสียการควบคุมไปชั่วขณะ ทุกอย่างจึงกลายเป็นเช่นนี้”
นายท่านสองเป็นกังวลมาก “ในเวลานี้ท่านอย่าเพิ่งตำหนิข้าเลย ข้าเสียใจก็ตรงที่โดนนางหลอก! มันแปลกมาก นางรู้ได้อย่างไรว่ามีศพอยู่ตรงนั้น น้องสี่คอยจับตาดูนางตลอดเวลา นางไม่ได้ทำอันใดกับดินตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย!”
“มีอันใดแปลกกัน” คนผู้นั้นกล่าวเหน็บแหนมเบาๆ “ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินวิธีการของนางต่ำไป เข้าใจวิชาแผดเผาวิญญาณ รู้วิธีสกัดวิญญาณชั่วร้าย นางต้องเป็นเสวียนชื่อที่มีฝีมือมาก!”
“นางเป็นเสวียนชื่อแล้วอย่างไร”
“หากนางเป็นเสวียนชื่อล่ะก็ มันก็ง่ายที่จะเห็นว่าวิญญาณชั่วร้ายนั่นมาจากที่ใด”
“เอาล่ะ” นายท่านสองเลิกถามเรื่องนี้ “แล้วพวกเราควรทำอย่างไรดี เจี่ยงเหวินเฟิงใช้ประโยชน์จากเหตุการณ์นี้เพื่ออยู่ในจวนต่อ ไม่แน่ว่าเพราะเหตุนี้อาจทำให้เขามีโอกาสชันสูตรศพ แล้วถึงเวลานั้น…”
ชายผู้นั้นขัดจังหวะเขา “อย่าไปสนใจเรื่องที่ไม่ใช่สาระสำคั