น้อยพูดไปก่อนหน้านี้ที่ว่าฝันเห็นวิญญาณร้ายเป็นเรื่องโกหกเจ้าค่ะ”
“อ้อ คุณหนูเจ็ดหมายถึงเห็นภูติผีน่ะหรือ”
หมิงเวยพยักหน้า “ไม่ทราบว่าใต้เท้าเจี่ยงเคยได้ยินข่าวลือของตระกูลเราหรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยเป็นสตรีโง่เขลา เดือนก่อนพบผีจนเกิดอาการป่วยจากนั้นก็หายเป็นปกติ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า “เคยได้ยิน”
ทันทีที่เขามาที่ตงหนิงก็ได้ส่งคนออกไปสอบถามเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และชนชั้นสูงอย่างลับๆ “เรื่องที่เสวียนหนี่เก็บดวงวิญญาณของข้าได้ใต้เท้าเจี่ยงเคยได้ยินหรือไม่เจ้าคะ”
พอเห็นเขาพยักหน้า หมิงเวยจึงพูดออกไปว่า “ดวงชะตาของข้าน้อยพิเศษ จึงได้เห็นในสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรเห็น”
เจี่ยงเหวินเฟิงเหลือบมองนาง
นางพูดต่อไปว่า “อย่างเช่นวันนี้ใต้เท้าแขวนอาวุธวิเศษไว้ใต้ต้นไม้เพื่อสกัดสิ่งชั่วร้ายนั่นชั่วคราว เพื่อให้สามารถนำโครงกระดูกออกมาได้อย่างราบรื่น”
ทันทีที่พูดออกมาแม้แต่ขุนนางที่กำลังชันสูตรศพ และเสมียนผู้รับผิดชอบเอกสารต่างมองมาทางนี้
เหลยหงที่ฟังอยู่ข้างๆ จู่ๆ เขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่สวนซิ่นในคืนนั้น กลุ่มผีที่ออกมาก่อความวุ่นวาย…
“เป็นฝีมือท่านหรอกหรือ” แล้วเขาก็โพล่งออกมา
หลายคนมองมาที่เขา เหลยหงรู้ว่าตนเองแสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกมา ขณะที่เขารู้สึกเสียใจ กลับได้ยินหมิงเวยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“ใช่เจ้าค่ะ”
“คุณหนูเจ็ดรู้หรือว่าข้าหมายถึงเรื่องใด”
หมิงเวยตอบ “วันก่อนที่สวนซิ่น ไม่ใช่ว่าใต้เท้าเหลยด