นสามสอนนางว่าทำเพื่อผู้อื่น ฟังความต้องการของใจ หากฮูหยินสามไม่สนใจเรื่องเปลือกนอกเหล่านี้ หากที่นี่มีเรื่องไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นจริงๆ การที่คุณหนูเจ็ดมาร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมถือเป็นบุญครั้งใหญ่ ท่านว่าจริงหรือไม่ขอรับ”
“แต่ขุดดินบ้านผู้อื่นเช่นนี้ ไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรือ” ฉีตงจวิ้นอ๋องยังคงคัดค้าน
เจี่ยงเหวินเฟิงกล่าวย้ำ “ชีวิตคนมาก่อน เหตุใดต้องใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยนี้ด้วย พวกเจ้ามาทางนี้ที!”
“ขอรับ!” เหลยหงเดินเข้ามาจากด้านนอกทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก “ใต้เท้ามีเรื่องอันใดรับสั่งหรือขอรับ”
เจี่ยงเหวินเฟิงกล่าว “ตามคุณหนูเจ็ดไปที่สวนไปดูว่ามีศพจริงหรือไม่”
“ขอรับ!”
ไม่คิดว่าเจี่ยงเหวินเฟิงจะสั่งขุดจริงๆ หลายวันมานี้ที่เขามาที่ตงหนิง ไม่ว่าจะเปิดศาลพิจารณาคดี ล้วนใช้วิธีละมุนละม่อม คิดไม่ถึงว่าเวลานี้เขาจะเฉียบขาดเช่นนี้
“ไม่ได้!” เสียงร้องแหลมดังขึ้น เจี่ยงเหวินเฟิงหันไปมองข้างกาย
“นายท่านสอง ท่านจะคัดค้านอย่างนั้นหรือ”
นายท่านสองเพิ่งรู้ตัวหลังจากตะโกนออกไป เขารีบพูดด้วยรอยยิ้ม “ใต้เท้าเจี่ยง ถึงแม้ที่ท่านกล่าวมาจะมีเหตุผล แต่อย่างไรวันนี้ตระกูลหมิงของเรามีจัดพิธีศพ หากไปขุดศพที่สวนอีก ไม่คิดว่าจะเป็นลางไม่ดีหรอกหรือ ใต้เท้าขอให้ทางเราจัดพิธีศพเสร็จ…”
“ชีวิตคนทั้งคนจะชะลอไปได้อย่างไร” เจี่ยงเหวินเฟิงพูดขัดเขา สั่งการเหลยหลง “ไปเถอะ!”
“ขอรับ!” หมิงเวยลอบมองเจี่ยงเหวินเฟิงแล้วพยัก