ังพูดเรื่องไร้สาระอีกแล้ว! เจ้าอยู่แต่ในห้องจะไปรู้ว่าซากศพมีกลิ่นเช่นไรได้อย่างไรกัน เกรงว่าหลานคงคิดมากเกินไป!” นายท่านสองครุ่นคิดแล้วพูดเสริม “ก่อนหน้านี้ที่สวนเจ้าไม่ได้พบซากหนูตายเป็นจำนวนมากหรอกหรือ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นกลิ่นซากหนูก็เป็นได้”
“ที่ท่านลุงสองพูดมาก็ถูกเจ้าค่ะ” หมิงเวยมองเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา “แต่หลานได้ยินมาว่า ชีวิตคนสำคัญเท่าฟ้า หากหลานเข้าใจผิดไปจริงๆ ก็แค่ไปเสียเที่ยว แต่ถ้าหากมีวิญญาณร้ายอยู่ในเรือนของเราจริงๆ ก็จะส่งผลต่อโชคชะตาของตระกูลเราเป็นอย่างมาก! ท่านแม่ก็จากไปแล้วหลานเองก็ไม่มีญาติที่ไหน แค่อยากรอคอยดูความเจริญรุ่งเรืองอันยืนยาวของตระกูลเรา ใต้เท้าเจี่ยง ท่านว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงยิ้ม “ชีวิตคนสำคัญเท่าฟ้าก็เป็นเรื่องจริง”
พอมีคนเห็นด้วยกับความคิดของนาง หมิงเวยก็ดูเหมือนจะโล่งใจ “ถ้าเช่นนั้นใต้เท้าเจี่ยงช่วยส่งคนไปขุดดินที่สวนของข้าน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ แค่คิดว่าที่นั่นมีวิญญาณร้าย ข้าน้อยก็รู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อนึกถึงสองวันที่ผ่านมาแค่คิดว่าสาเหตุที่ทำให้ท่านแม่คิดไม่ตกอาจเป็นเพราะหยินชี่ที่รุนแรงในสวนก็เป็นได้นะเจ้าคะ”
นางก้มหน้าใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตา ผู้ใดที่เห็นภาพนี้ต่างก็รู้สึกสงสาร
คุณหนูเจ็ดผู้นี้ช่างมีชีวิตที่อาภัพนัก ก่อนหน้านี้สูญเสียบิดา ตอนนี้ยังมาสูญเสียมารดาไปอีก พี่น้องร่วมสายเลือดพ่อแม่เดียวกันก็ไม่มี
แล