ุณหนูเจ็ดลุกขึ้นเถิด” เจี่ยงเหวินเฟิงกล่าว “ไม่ทราบว่าคดีฆาตกรรมที่ท่านกล่าวมามีที่มาอย่างไร หากเป็นเรื่องจริง ข้าจำเป็นต้องสืบหาความจริงเพื่อความยุติธรรม”
หมิงเวยลุกขึ้นและกล่าวว่า “เรียนใต้เท้า เรื่องเกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน ข้าน้อยพบเจอผีเข้าที่สวนในเรือนของตนเองจึงตกใจกลัวแล้วนอนซมอยู่บนเตียงอยู่นาน ในช่วงที่ข้าน้อยป่วย ข้าน้อยมักจะฝันเห็นวิญญาณร้ายร้องไห้อยู่ทุกวัน บอกว่าเขาตายอยู่ที่นี่แล้วก็ไม่ได้ตายดีจึงไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้…”
พอนายท่านสองได้ยินเรื่องนี้จากที่ลำบากใจก็ตื่นตกใจขึ้นมาในทันที
สวน!
พบผี!
วิญญาณร้าย!
หรือว่า…
“ไม่ได้!” เขาโพล่งออกมา
หมิงเวยชะงักและมองเขาอย่างสงสัย “ท่านลุงสองเป็นอันใดไปเจ้าคะ หรือว่าท่านลุงสองรู้ที่มาของวิญญาณร้ายนั่น รู้ว่าผู้ใดที่ตายอยู่ในสวนงั้นหรือ ท่านลุงสองไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อน หลานกลัวมากจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร คิดแค่ว่าหากมีคนตายอย่างไม่เป็นธรรมใต้เท้าเจี่ยงคงจัดการเรื่องนี้ได้…”
นี่…แน่นอนว่าเขายอมรับไม่ได้!
นายท่านสองข่มความอายแล้วฝืนยิ้ม “ลุงจะไปรู้ความฝันของหลานได้อย่างไร ไม่มีผู้ใดตายในสวนของเราหรอก หลานคงฝันร้ายไปเอง! ความฝันที่ไม่มีมูลความจริงเช่นนี้นำมาพูดต่อหน้าใต้เท้าเจี่ยง หลานทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เกินไปแล้ว!”
“แต่ว่า…” หมิงเวยพูดช้าๆ “หลังจากที่หลานไปขุดดินตรงนั้นก็ได้กลิ่นแปลกๆ เหมือนมีอะไรเน่า…”
“เจ้ากำล