้อฉาวได้ยินมาว่าตระกูลหมิงได้ลงโทษด้วยการโบยนายท่านหกจนเกือบตาย แม้ว่าจะรายงานต่อส่วนราชการแล้ว แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเป็นความผิดของตระกูลหมิง
ในทางตรงกันข้ามสาเหตุของการเสียชีวิตของฮูหยินสามก็จะถูกเผยแพร่สู่ภายนอก หากเป็นเช่นนี้ชื่อเสียงของมารดาที่เสียไปก็จะเสื่อมเสีย อีกทั้งตัวนางเองก็จะโชคร้ายอีกด้วย
ต่อให้คนในครอบครัวจะโอบอ้อมอารีเพียงใด แต่หากบุตรสาวกล้าฟ้องร้องคนในตระกูลเช่นนี้ล้วนไม่ปลื้มกันทั้งนั้น ยิ่งไปกว่านั้นสตรีควรทำตนให้อ่อนโยนเรียบร้อย ทำตัวเช่นนี้ใครเล่าจะกล้าแต่งงานกับนางในภายภาคหน้า
หากมองเพียงผิวเผินเหมือนเป็นชัยชนะของตนเอง แต่จริงๆ แล้วต่างเสียหายกันทั้งสองฝ่าย โดยที่ศัตรูยังไม่ทำอันใดเลยด้วยซ้ำ!
เจี่ยงเหวินเฟิงหัวเราะ เขาหันไปทางฉีตงจวิ้นอ๋อง “ท่านอ๋องว่าอย่างไรขอรับ”
ฉีตงจวิ้นอ๋องโบกมือ “เรื่องการตรวจสอบคดีเป็นหน้าที่ที่ใต้เท้าเจี่ยงต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว เปิ่นหวางก็แค่จวิ๋นอ๋องที่ลอยชายจะกล้ายื่นมือเข้าไปยุ่งได้อย่างไร เรื่องนี้ใต้เท้าเจี่ยงจัดการเถอะ”
เจี่ยงเหวินเฟิงพยักหน้า
“แต่…” น้ำเสียงของฉีตงจวิ้นอ๋องเปลี่ยนไป “การพิจารณาคดีครอบครัวต่อหน้าดวงวิญญาณของฮูหยินสามเช่นนี้ เกรงว่าคงไม่เป็นการดี ใต้เท้าเจี่ยงรอให้พิธีศพจัดเสร็จก่อนดีหรือไม่แล้วค่อยสอบสวนคดี”
อาหว่านหัวเราะ กระซิบพูดกับหยางชู “รอพิธีศพเสร็จสิ้น ตัวศพก็ถูกนำไปฝัง จะมีอันใดให้ต้องสอบสวนคดีอีก”
หยางชูส่