่ถ้าไม่พิจารณาตนเองก็สูญเสียวิถีของคนดีนะเจ้าคะ”
นายท่านสองคิดในใจ นางเข้าใจวิถีของคนดี หึ เด็กโง่ๆ คนหนึ่งที่มีชีวิตโง่เขลามาสิบกว่าปี หายดีได้ไม่ถึงเดือนจะเข้าใจทุกอย่างได้อย่างไรกัน
“ปราชญ์มีคำกล่าวที่ว่า หลีกเลี่ยงผู้สูงศักดิ์ หลีกเลี่ยงญาติพี่น้อง หลีกเลี่ยงผู้มีความรู้ความสามารถ” เขากล่าวอย่างเย็นชา “เพียงคนในครอบครัวทำอันใดผิดไป หลานคิดจะแจ้งบอกให้ผู้คนทราบกันทั่วเลยหรือ ตระกูลหมิงของเราเป็นตระกูลขุนนางมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน เคร่งครัดกับบุตรหลานมาโดยตลอด หลานคิดจะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อหน้าฝูงชนโดยไม่สนใจชื่อเสียงของบรรพบุรุษตนเองเชียวหรือ”
หมิงเวยรู้สึกแปลกใจ “ท่านลุงสองพูดอันใดเจ้าคะ ท่านลุงหมายความว่า เรื่องนี้เป็นฝีมือของครอบครัวเราเองงั้นหรือ”
นาง นางยังกล้าเสแสร้งอีก!
สีหน้าของนายท่านสองเย็นเยือก “ลุงสองรู้ว่าหลานคับแค้นใจ พวกเราก็รู้สึกสงสารหลานที่สูญเสียมารดาไป เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะเสียใจอย่างหนักและทำตัวไม่เหมาะสมเช่นนี้ แต่การที่หลานทำเยี่ยงนี้ หลานเอาชื่อเสียงของตระกูลหมิงไปไว้ที่ใดกัน”
หมิงเวยครุ่นคิด “จากที่ท่านลุงสองพูดมาหลานเพิ่งตระหนักได้ว่าไม่ควรตะโกนร้องทุกข์เช่นนั้น ขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ หลานโง่มาสิบกว่าปี เรื่องนี้หลานไม่รู้ความคิดว่าถ้าไม่เป็นธรรมก็ต้องร้องเรียนไปตามนั้นเจ้าค่ะ”
ในอกของนายท่านสองลุกเป็นไฟลืมไปแล้วว่าตนแสร้งทำเป็นโกรธอยู่
“หลานอย่าอ้าง