หมิงเซียงคุกเข่าเป็นเพื่อนนางจนถึงเที่ยงคืนเห็นได้ชัดว่านางง่วงจนทนไม่ไหวแล้ว แต่ก็ไม่ยอมกลับไปพักผ่อนคนเดียว
หมิงเวยจึงต้องแอบไปงีบกับนางที่ห้องเล็กที่อยู่ข้างๆ สักพัก สองวันมานี้ใจของนางทั้งเยือกเย็นทั้งโกรธจนอยากจะจุดไฟเผาเรือนนี้ให้สิ้นซากไปเสีย
แต่หมิงเฉิงกับหมิงเซียงทำให้หัวใจของนางอบอุ่นขึ้น เห็นได้ชัดว่าบนโลกนี้ ไม่สามารถแยกความดีกับความชั่วออกอยู่แล้ว ความสกปรก และความใสสะอาดมักอยู่คู่กันมาโดยตลอด
เมื่อเห็นว่าใกล้รุ่งสางแล้วนางจึงค่อยๆ ลุกขึ้น มีชิวหยู่คอยปรนบัติช่วยล้างหน้าล้างตาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็ดื่มชากับทานหมั่นโถวไปสองสามลูก นางอาศัยโอกาสที่หมิงเซียงยังไม่ตื่นกลับไปเฝ้าศพก่อน
วันนี้ท้องฟ้ามีเมฆมาก พระอาทิตย์จึงยังไม่ขึ้น มีผู้มาร่วมไว้อาลัยเพียงไม่กี่คน คนใกล้ตัวก็มากันไปหมดแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่สนิทชิดเชื้อคงไม่มาในเวลานี้
หมิงเวยได้ยินสาวใช้สองคนพูดกันแถวๆ เพิงที่จัดสำหรับพิธีศพ เสียงพวกนางไม่ดังแต่ก็ไม่เบาจนเกินไปนางจึงได้ยินเข้าพอดี
“ได้ยินว่าแม่นางจางโกนผมบวชชีไปแล้วหรือ”
“ตระกูลจางที่อยู่เมืองถงนั่นน่ะรึ”
“ใช่!”
“อยู่ดีๆ เหตุใดแม่นางจางถึงไปบวชชีได้เล่า เดือนก่อนข้าได้ยินมาว่าตระกูลจางได้หมั้นหมายนางไว้ให้ตระกูลอื่นแล้วมิใช่หรือ!”
“สาเหตุมาจากเรื่องแต่งงาน เป็นเพราะนางไม่รู้ความ บิดามารดาของนางจากไปแล้ว ท่านลุงของนางจึงเลี้ยงดูนางแทน นางบังเอิญไปพบว่าท่านลุงขอ