มีงานเลี้ยงต้องรับแขกจากแดนไกล นอกเหนือจากนั้นผู้ใดมาเชิญเขาก็ไม่ตอบรับ”
“ใช่ ข้าเองก็ไม่คิดว่าเขาจะมา” นายท่านสองขมวดคิ้วแน่น “เขามีชื่อเสียงในเรื่องความยุติธรรมไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น ตัดสินคดีอย่างเฉียบขาดและแม่นยำ ไม่รู้ว่าไปได้ยินเสียงลมอะไรมาถึงได้ตัดสินใจเช่นนี้”
พอเห็นอีกฝ่ายไม่พูดอันใดต่อ นายท่านสองก็ยิ่งกังวล
เขาพูดอีกครั้ง “หากเขาดูออกว่าสาเหตุการตายนี้มีความผิดปกติ เราจะทำอย่างไรดี หากเขายื่นมือมาตรวจสอบคดี เขาต้องใช้โอกาสนี้หาทุกซอกทุกมุม พลิกแผ่นดินหาในเรือนตระกูลหมิงเป็นแน่แล้วถ้าหากเขาค้นพบสิ่งที่ไม่ควรพบล่ะก็จวิ้นอ๋องคง…”
“เจ้าอย่าตกใจไปเอง” ชายผู้นั้นพูดขัดจังหวะเขา “เขาจะมีเหตุผลอันใดมาขอดูศพกัน หากไม่เห็นศพต่อให้มีความสามารถเพียงใดก็ไม่มีทางดูออกหรอก”
นายท่านสองคิดแล้วอยู่ๆ ก็ตกใจ “แล้วถ้าหากเสี่ยวชีร้องทุกข์ขึ้นมาล่ะ…นางดูผิดปกติอยู่ตลอดเวลาถึงจะดูเศร้ามากแต่กลับไม่ร้องไห้หรือโวยวายอันใดเลย ข้ารู้สึกเหมือนกำลังจะมีเรื่องเกิดขึ้น”
“เจ้าไม่ต้องกังวลไป” เขาตอบเสียงเบา “เจี่ยงเหวินเฟิงไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ถึงอย่างไรเสี่ยวชีก็เป็นเพียงเด็กสาวผู้หนึ่ง อีกทั้งเป็นสตรี พวกเราเป็นผู้ปกครองของนาง หากเราคัดค้านเขาก็ไม่มีความมั่นใจที่จะทำอะไรโดยพลการได้”
พอพูดถึงเรื่องนี้เขาก็หัวเราะเยาะอย่างรู้สึกไม่พอใจ “ถึงอย่างไรท้ายที่สุดเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องภายในครอบครัว ต่อให้