“คุณหนูเจ็ด ท่านอยากลุกหรือเจ้าคะ” หมิงเวยที่สวมเสื้อนอนค่อยๆ ยันกายขึ้นจากเตียงแล้วมองไปยังสาวใช้ที่เดินเข้ามาหา
หมิงเวยจำได้ว่านางเป็นสาวใช้คนสนิทของฮูหยินสองชื่อชิวหยู่
“ตัวฝูล่ะ”
“เมื่อสักครู่ตัวฝูหกล้มกับพื้น สองสามวันนี้จึงไม่ค่อยสะดวก ฮูหยินสองจึงให้บ่าวมาอยู่รับใช้คุณหนูแทนเจ้าค่ะ” ชิวหยู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หมิงเวยยกมุมปาก “ปิงซินกับซู่เจี๋ยไม่ได้หกล้มมิใช่หรือ”
ชิวหยู่ตอบกลับไป “พอดีต้องนำร่างของฮูหยินสามบรรจุโลงกะทันหัน พี่สาวทั้งสองจึงต้องคอยอยู่ข้างกายเพื่อคอยปรนนิบัติ อีกทั้งยังมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ”
หมิงเวยไม่ถามอันใดต่อลุกขึ้นมาล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า
ชิวหยู่ช่วยเกล้าผมให้นาง สวมเสื้อไว้ทุกข์ ไม่สวมใส่เครื่องประดับใดๆ
พอเห็นผิวกายที่ขาวละเอียด ริมฝีปากแดง ฟันขาวสะอาด ใบหน้างามราวกับภาพวาด ชิวหยู่จึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “คุณหนูเจ็ดเติบโตได้งด…”
พูดออกไปได้ครึ่งเดียวแล้วนางก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นสีหน้าของหมิงเวยจึงรีบพูดออกไปว่า “บ่าวพูดผิดไปแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูเจ็ดอย่าโกรธบ่าวเลยนะเจ้าคะ”
หมิงเวยยิ้ม “เจ้าชมข้า ข้าจะโกรธได้อย่างไร” ชิวหยู่เห็นนางส่งยิ้มให้ก็ไม่กล้าพูดอันใดออกมาอีก
“ห้องเซ่นไหว้ผู้ตายเรียบร้อยดีแล้วหรือ”
ชิวหยู่รีบตอบอย่างรวดเร็ว “เรียบร้อยดีเจ้าค่ะ”
หมิงเวยพยักหน้า “เจ้าไปเอาข้าวต้มในครัวมาให้ข้าที กินเสร็จข้าคงมีแรงไปเฝ้าศพท่านแม่” ชิวหยู่คิด