คุณหนูเจ็ดใจเย็นจริงๆ เวลานี้ยังจำได้ว่าต้องทานอาหาร
ลูกหลานกตัญญูควรที่จะแสดงความเศร้าโศกด้วยการ ‘อดอาหารสามวัน’ ‘มารยาทในวันตายของบุพการี’ ‘คลุกคลานร้องไห้’ มิใช่หรือ แม้การเฝ้าศพจะไม่ใช่พิธีเคร่งครัดอีกต่อไป แต่หากนางไม่ร้องไห้หรือไม่เศร้าโศกเช่นนี้ คนอื่นจะมองนางอย่างไรกัน
แต่นางไม่ใช่สาวใช้ในสวนอวี๋ฟางจึงทำอันใดมากไม่ได้ ได้แต่เพียงตอบไปว่า “เจ้าค่ะ”
ชิวหยู่ออกไปสั่งการสาวใช้หมิงเวยจึงหลับตาบำรุงเซิน[1] ตัวฝูหกล้มได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเจตนาของตระกูลหมิงให้ชิวหยู่มาคอยจับตาดูนาง
ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ การที่นางไปสวนซิ่นแทนฮูหยินสามเมื่อคืนวาน หมายความว่านางได้รับรู้เรื่องราวสกปรกนี้เข้าให้แล้ว และกังวลว่านางจะนำเรื่องสกปรกเล่าออกไป
หมิงเวยลูบไล้ปิ่นปักผมสีทองในอ้อมกอด
ในเมื่อตระกูลหมิงอยากจับตาดูนางก็ให้พวกเขาจับตาดูไปสิ คิดว่าแค่นี้จะทำให้พวกเขาไร้ความกังวลงั้นหรือปล่อยให้พวกเขาฝันไปสักพักจะดีกว่า
ไม่นานสาวใช้ก็มาพร้อมกับกล่องอาหาร ในเรือนมีพิธีศพ ปกติแล้วจะไม่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหาร หมิงเวยทานข้าวต้มกับแตงกวาดองเสร็จแล้วก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อีกครั้งแล้วไปที่ห้องเซ่นไหว้ผู้ตายเพื่อเฝ้าศพ
ในเวลาสั้นๆ เพียงวันเดียว จวนตระกูลหมิงโอบล้อมไปด้วยสีขาว นำพาแสงแดดในฤดูไม้ผลิจางลงไปหลายเท่า หมิงเวยเหยียบย่ำน้ำค้างในยามเช้าตรู่ เดินไปถึงทางแยกถนนนางก็หยุดฝีเท้าแล้วมองไปยัง