ต้นหลิวในท้ายที่สุด
พลังของนางฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจึงเห็นร่างของสิ่งชั่วร้ายนั่นได้อย่างชัดเจน พลังของมันดูจางลงไปเยอะพอสมควร
ใกล้แล้ว…หากลงมือตอนนี้นางคงสามารถปราบมันได้
“คุณหนูเจ็ดเจ้าคะ” ชิวหยู่ที่อยู่ด้านหลังเรียกนาง หมิงเวยยังคงเดินหน้าต่อไป
ที่ห้องเซ่นไหว้ผู้ตาย ฮูหยินสองรีบหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่แล้วเดินมาหานาง ถามด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “เหตุใดจึงตื่นเช้าเช่นนี้ เมื่อคืนหลานไม่ได้นอนเลยไม่ใช่หรือ เพิ่งได้งีบสักพักเมื่อตอนยามสี่ ร่างกายหลานยังไม่แข็งแรงดีอีกทั้งยังเศร้าเสียใจอยู่ เรื่องเฝ้าศพเป็นเรื่องเปลืองแรง อย่าประมาทจะดีกว่า”
นางหันไปถามชิวหยู่ “ไปนำข้าวต้มมาให้คุณหนูเจ็ดทานเสียหน่อย กินไม่ลงอย่างน้อยกินสักนิดก็ยังดีเดี๋ยวไม่มีแรงร้องไห้”
ชิวหยู่พูดลำบาก คุณหนูเจ็ดเจริญอาหารมากทานข้าวต้มไปสองชามติด แต่ทำได้แค่ตอบไปว่า “ฮูหยินวางใจเถิดเจ้าค่ะ คุณหนูทานข้าวต้มเรียบร้อยแล้ว”
หมิงเวยย่อกายคำนับตอบอย่างใจเย็น “ท่านป้าสองเองก็แทบไม่ได้นอน ยุ่งทั้งวันทั้งคืน หลานในฐานะบุตรสาวจะเกียจคร้านได้อย่างไร ท่านแม่ได้จากไปแล้ว หลานเหลือเวลาอยู่กับท่านแม่ไม่กี่วันเท่านั้น”
ฮูหยินสองได้ยินเช่นนั้นก็ซับน้ำตา “หลานเป็นเด็กกตัญญูจริงๆ หากท่านแม่ของหลานได้รับรู้นางคงดีใจ” หมิงเวยไม่ได้พูดอันใดต่อ ไม่ร้องไห้ไปกับนาง ก็แค่ยืนอยู่อย่างนั้นด้วยสีหน้าเฉยเมย
ฮูหยินสองอดไม่ได้ที่จะพึมพำในใจ เสี่ยวชีคนนี้ถ