ึงแม้จะหายดีแล้ว แต่ก็ดูแตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อยเห็นนางเป็นเช่นนี้ ไม่ใช่ไม่เศร้า แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า หรือว่าอาการโง่เขลายังคงเหลืออยู่กัน
เมื่อไม่มีการตอบสนองใดๆ ที่คิดไว้ว่าจะแสดงด้วยการร้องไห้ไว้อาลัยจึงไม่ได้ผล ฮูหยินสองจำต้องเก็บเสียงร้องไห้ลงไปแล้วพูดออกไปว่า “ชิวหยู่ เจ้าดูแลคุณหนูเจ็ดให้ดีๆ อย่าทำให้นางรู้สึกเหนื่อย”
สั่งการเสร็จนางจึงกลับไปทำธุระของตนเองต่อ พอฮูหยินสองเดินจากไป หมิงเวยจึงเดินไปคุกเข่าต่อหน้าศพ นางไม่ร้องไห้เพียงแค่โยนเงินกระดาษลงในเตาอั้งโล่ทีละก้อน
เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นคนใกล้ชิดกับตระกูลหมิงก็มาร่วมแสดงความเสียใจ เมื่อพวกเขาได้เห็นคุณหนูเจ็ดที่ไม่คอยปรากฏตัวต่อหน้าผู้อื่นเลยจึงแอบกระซิบกระซาบกัน
ก่อนหน้านี้รู้มาว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้สติไม่ค่อยเต็ม มีอาการโง่เขลา แม้จะได้ยินมาว่านางหายดีแล้ว แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังเอาแต่พูดแปลกๆ กันอยู่
ไม่คิดว่าตัวจริงจะเป็นเช่นนี้…
คนที่มีอายุแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแม่นางจากตระกูลจี้ผู้มีจิตใจดีงาม พวกเขารู้สึกอาลัยในชะตากรรมของนางมาก สาเหตุการตายของฮูหยินสามมีข่าวลือไม่มากก็น้อย คนส่วนใหญ่ที่เพิ่งมาร่วมไว้อาลัยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้วจึงไม่เอ่ยถึง
งานศพดำเนินไปอย่างราบรื่นทำให้ฮูหยินสองถอนหายใจด้วยความโล่งอก
…………..
ณ สวนซิ่น หยางชูเอนกายนอนอยู่บนเก้าอี้อาบแดดอย่างเกียจคร้าน
ในมือถือหนังสืออยู่เล่มหนึ่งดูเหมือนเขาจะอ่านหนั