งสืออย่างหนัก แต่พอมาดูใกล้ๆ บนหน้ากระดาษกลับเป็นภาพวาดภาพหนึ่ง
มันคือสมุดที่เป็นที่นิยม ภาพเยอะตัวอักษรน้อย ส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องราวความรักของบัณฑิตและสาวงาม
“นางบอกเช่นนั้นกับเจ้างั้นหรือ” หยางชูมองภาพวาดพลางถามอาหว่านที่กำลังปอกเปลือกผลไม้
“เจ้าค่ะ” หยางชูชะโงกหน้ากัดผลไม้ในมือของอาหว่านคำหนึ่ง
อาหว่านรอสักพักนางไม่ได้ตอบอันใด แต่ถามกลับไปว่า “คุณชายตอบรับหรือไม่เจ้าคะ”
หยางชูเลิกคิ้ว “เจ้าสนใจเรื่องนี้หรือ”
อาหว่านหัวเราะ “รู้สึกว่าน่าสนใจเล็กน้อยเจ้าค่ะ”
“ตรงไหนกันที่น่าสนใจ” อาหว่านใช้ตะเกียบคีบเนื้อผลไม้เข้าใส่ปากแล้วเคี้ยวช้าๆ พอทานเสร็จจึงตอบไปว่า “ความสกปรกของตระกูลนี้ไม่ได้ถูกเปิดเผย หมายความว่าหากตระกูลหมิงทำเรื่องสกปรกอีก การเผยแพร่ออกสู่คนภายนอกไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง นี่เป็นกฎประจำตระกูลที่ถูกตั้งขึ้นมาเป็นเวลายาวนาน หากนางทำเช่นนั้นจริงๆ แม้จะแก้แค้นให้ฮูหยินสาม แต่เกรงว่านางจะถูกคนวิพากษ์วิจารณ์เป็นแน่”
“แต่นางไม่ใช่คุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหมิงตัวจริง…”
“แล้วอย่างไร นางอยู่ในร่างนั้นนะเจ้าคะ! ผู้ใดจะสามารถหลีกหนีชะตาได้กัน แม้จะออกจากตระกูลไป แต่ผู้คนภายนอกยังจัดลำดับผู้อาวุโสกันอย่างเงียบๆ ผู้ใดอยากเกี่ยวข้องกับคนที่สามารถแทงข้างหลังคนในครอบครัวตนเองได้เล่า”
หยางชูได้ยินแล้วก็หัวเราะ “ฟังที่เจ้าพูดแล้ว เหมือนเจ้ามองนางในแง่ไม่ดีเลยนะ!”
อาหว่านตอบ “นางตั้งใจเอาไม้ซีกงัดไ