หมิงเวยเปิดประตูห้องสักการะ พิธีศพยุ่งมากจึงไม่มีผู้ใดเฝ้าอยู่ที่นี่ นางยืนต่อหน้าเสวียนหนี่เหนียงเหนียงอย่างเงียบๆ มองขึ้นไปยังขื่อที่ฮูหยินสามแขวนคอ
อาหว่านเดินเข้ามาจากด้านนอก “แม่นางหมิง หากทางฝั่งท่านไม่มีอันใดแล้ว บ่าวจะกลับไปรายงานให้คุณชายทราบ”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก” หมิงเวยเดินไปนั่งม้านั่งตัวเล็กที่วางตั้งอยู่สองฝั่งแล้วยื่นมือเชิญชวน “หากแม่นางอาหว่านไม่รีบอยู่เป็นเพื่อนคุยกับข้าก่อนเถอะ”
อาหว่านยืนนิ่ง และพูดออกไป “อาหว่านเป็นเพียงสาวใช้ ถึงแม้คุณชายจะดูแลอย่างดี แต่ก็มีหลายเรื่องที่ข้าไม่สามารถทำได้”
หมิงเวยหัวเราะแล้วรินชาเย็นๆ ที่ค้างคืนให้ตนเอง “เจ้าคิดเยอะเกินไปแล้ว หากข้าขอร้องให้ใครทำอันใดสักอย่าง ข้าคงไปขอคุณชายโดยตรง เหตุใดต้องทำอะไรเกินพอดีด้วย”
“….” อาหว่านคิด หากไม่ใช่เพราะนางเพิ่งประสบกับการเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าของคนใกล้ชิดไปละก็ ตนคงหันหน้าเดินหนีไปแล้ว
นี่ไม่ใช่การเยาะเย้ยหรือขอร้องนางที่ไร้ประโยชน์ใช่หรือไม่
ถึงแม้ว่าตัวนางจะปฏิเสธไปเช่นนั้น…ในที่สุดอาหว่านก็นั่งลงตรงหน้านาง
หมิงเวยวางถ้วยชาลง ชาเย็นชืดที่ค้างคืนมีรสขมอย่างเลี่ยงไม่ได้ รสชาติของใบชา โดนแช่จนชุ่มไปหมดแล้ว กลิ่นหอมระเหยออก และมีรสฝาดเข้มข้นกว่า
ซึ่งทำให้คนรู้สึกตื่นเป็นพิเศษ
หมิงเวยไม่ได้รินชาให้นาง “ชานี้ไม่เหมาะสำหรับรับแขก ขออภัยด้วยที่เสียมารยาท”
อาหว่านตอบกลับอย่างเฉยเมย “ไม่เป็นไรเจ้า