ค่ะ แม่นางหมิงอยากพูดอันใดพูดมาเถอะ อาหว่านจะตั้งใจฟัง”
หมิงเวยจิบชาเย็นชืด “คุณชายหยางคงไม่รู้ว่าคนที่ตระกูลหมิงตั้งใจส่งไปนั้น จริงๆ แล้วเป็นท่านแม่ของข้า ไม่ใช่ข้า”
อาหว่านไม่ตอบอันใด แต่คิ้วของนางเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ ไม่ต้องให้นางพูด หมิงเวยก็รู้ความหมายนั้นดี “ท่านแม่ของข้าถึงจะไม่เด็กแล้ว แต่รูปลักษณ์ท่าทางของนางดีกว่าข้า”
อาหว่านเงียบไปพักหนึ่งและพูดเบาๆ ว่า “เพราะนางเป็นสาวงาม”
“ใช่…สาวงาม” หมิงเวยเงยหน้าขึ้นมองขื่ออีกครั้ง “ชีวิตนี้ของนาง ถ้าจะผิดก็คงเป็นเรื่องนี้” เพราะว่างดงามจึงถูกท่านลุงนึกถึง เพราะว่างดงามจึงถูกบังคับให้ทำเรื่องสกปรกเช่นนั้น
“ตอนที่ข้ารู้เรื่องนี้ครั้งแรก ข้าไม่กล้าคิดว่านางต้องพบเจออะไรมาบ้าง สิบปีมานี้นางผ่านมาได้อย่างไร แม่นางอาหว่าน หากเป็นเจ้า เจ้าจะทำอย่างไร”
อาหว่านเงียบไปสักพักแล้วพูดว่า “คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป หรือไม่ก็กลายเป็นคนเฉยชา แค่มีชีวิตอยู่ต่อไปก็เท่านั้น”
หมิงเวยหัวเราะเสียงต่ำ “เรื่องต่างๆ บนโลกนี้ หากไปอยู่ในจุดที่ต้องอยู่ทั้งๆ ที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อก็เหมือนกายได้ตกอยู่ในนรกแล้ว การตายจำเป็นต้องใช้ความกล้า มีชีวิตอยู่ก็ต้องใช้ความกล้าไม่มีผู้ใดแยกออกหรอกว่าอย่างใดดีกว่ากัน”
อาหว่านเงียบไม่ตอบอันใด “ข้าไม่เคยถามนาง แต่ก็รู้ว่านางคิดอันใดอยู่” หมิงเวยพึมพำ “นางไม่กล้าตาย! หากนางตาย แล้วบุตรสาวจะอยู่อย่างไรเล่า ผู้ใดจะมากัง