วลว่าลูกจะกินอิ่มสวมใส่เสื้อผ้าอุ่นๆ หรือไม่ ผู้ใดจะมาดูแลลูกทั้งชีวิต ผู้ใดจะสามารถให้ลูกของตนใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้”
เมื่อถึงตรงนี้อาหว่านเห็นว่าดวงตาของนางมีน้ำตาคลออยู่ “เด็กโง่ๆ ผู้หนึ่ง หากไม่มีผู้ใดดูแลนาง นางอาจมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าหมูหรือสุนัข เพราะอย่างนั้นนางถึงไม่กล้าตาย ยอมตกอยู่ในนรกดีกว่ากล้าที่จะตาย” น้ำตาหยดนั้นท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ไหลออกมา
ในตอนนี้อาหว่านรู้สึกว่าตนเองเลือดเย็นอำมหิตเป็นพิเศษ อาจเป็นเพราะความมืดมนนี้นางเห็นมาจนชินแล้วใช่หรือไม่
คุณชายบอกว่าแม่นางหมิงผู้นี้เก่งมาก ไม่ทราบว่านางต้องการอันใดกันแน่ นางเห็นว่าข้าเป็นคนไร้เดียงสางั้นหรือ หรือว่าต้องการให้ตนรู้สึกประทับใจกับคำพูดนี้ แล้วให้ไปพูดดีๆ กับคุณชายอย่างนั้นหรือ
เรื่องนั้นจะเป็นไปได้อย่างไรหากไม่มีประโยชน์ต่อคุณชายแล้ว พวกนางสองแม่ลูกที่น่าสงสารนี้จะเป็นอย่างไรกัน ถึงพูดไปเช่นนั้น แต่แววตาของอาหว่านไม่สั่นไหวแต่อย่างใด
ในตอนนั้นเองตัวฝูที่ดวงตาแดงก่ำก็เปิดประตูเข้ามา “คุณหนูเจ้าคะ…”
“อืม” หมิงเวยถามอย่างใจเย็น “เอาของมาหรือไม่”
“เอามาเจ้าค่ะ” ตัวฝูหยิบถุงผ้าออกมา
หมิงเวยหยิบธูปออกมาจากตู้ก่อนจะจุดไฟแล้วปักเข้าไปในกระถางธูป จากนั้นจึงรับถุงผ้ามาแล้วหยิบข้าวออกมาหนึ่งกำมือแล้วโรยลงบนพื้นหน้าแท่นบูชา
กำแล้วกำเล่า โปรยลงมาเป็นชั้นๆ พอจัดการเสร็จแล้ว นางจึงยื่นมือไปหาตัวฝู “มีด”
ตัวฝูหยิบกรรไกรออกม