างนั้นก็ตกใจ “ท่านจะบอกว่า…”
“ข้าไม่แน่ใจ” หมิงเวยลุกขึ้นยืนปัดเศษข้าวในมือออก “ว่าวิญญาณของนางถูกกักขังอยู่หรือเปล่า”
“หากเป็นเช่นนี้หมายความว่าตระกูลหมิงซ่อนเสวียนชื่อไว้งั้นหรือ”
หมิงเวยตอบอย่างเฉยเมย “ไม่ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นเสวียนชื่อก็แค่เข้าใจวิชาในระดับขั้นต้นมีความรู้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
แค่เห็นวิชาแผดเผาวิญญาณนั่นก็รู้แล้ว อย่างไรก็ตามแม้ว่าคู่ต่อสู้จะเข้าใจในวิชาแค่ขั้นต้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ
เพราะว่าในโลกนี้ไม่ได้มีแค่เคล็ดวิชาเท่านั้น สถานการณ์ใต้หล้า อำนาจ ข่าวลือ…สามารถฆ่าคนได้ดีกว่าวิชาเสียอีก!
หมิงเวยกลับไปนั่งรินชาค้างคืนอีกครั้ง “ในเมื่อท่านแม่ของข้าเสียชีวิต หมายความว่าเรื่องที่ข้าไปสวนซิ่นแทนท่านแม่เมื่อคืนก็ไม่เป็นความลับอีกแล้ว หากเมื่อคืนข้ากลับมา สิ่งที่รอข้าอยู่คงไม่ใช่ฉากใหญ่เช่นนี้ ถึงข้าจะเป็นแค่เด็กกำพร้าผู้หนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเก็บไว้ได้”
นางหยุดชะงัก “อาจจะเป็นเพราะพวกเขารู้ว่าจนสายแล้วข้ายังไม่กลับมา เพราะกลัวว่าจะเกี่ยวข้องกับคุณชายหยางถึงได้แสดงละครฉากใหญ่เช่นนี้”
อาหว่านขมวดคิ้ว “ท่านต้องการให้ข้าไปบอกคุณชายหรือ”
หมิงเวยยิ้มบางๆ “วางใจเถอะ ข้าไม่ให้เขาลงมือตอนนี้หรอก แค่ขอร้องให้เจ้าช่วยไปบอกเขาให้ช่วยเชิญใต้เท้าเจี่ยงมาเข้าร่วมไว้อาลัยผู้ถึงแก่กรรมก็พอแล้ว เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นหนานเซียงโหว การที่ใต้เท้าเจี่ยงมาเยี่ยม