หลังจากร้องไห้ไปสักพัก ฮูหยินสองก็พูดขึ้นว่า “ท่านแม่เองก็อายุมากแล้ว มาร้องไห้อีก เกรงว่าร่างกายจะรับไม่ไหว น้องสะใภ้สี่รบกวนดูแลท่านแม่ด้วย”
ฮูหยินสี่ตอบรับ
นางมองไปยังฮูหยินหก “น้องสะใภ้หก ความผิดของท่าน ท่านแม่จะลงโทษเอง ตอนนี้น้องหกบาดเจ็บหนักเช่นนี้ ท่านไปดูแลเขาก่อนเถอะไม่มีเรื่องอันใดก็อย่าออกจากเรือน”
ฮูหยินหกตอบรับไปร้องไห้ไป
“เสี่ยวชี…” ฮูหยินผู้เฒ่าโอบกอดนางแล้วร้องไห้ “เรื่องนี้ท่านลุงท่านอาต้องขอโทษเจ้าด้วย ย่าจะดูแลหลานเอง หลานอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ อย่าเป็นเช่นนี้ มันทำให้ผู้อื่นเป็นทุกข์ใจ!”
ในที่สุดหมิงเวยก็ตอบสนอง นางแค่ขยับขนตา และบอกเบาๆ ไปว่า “หลานอยากอยู่กับท่านแม่สักพัก”
“ได้ๆ!” ฮูหยินผู้เฒ่าตอบซ้ำๆ “แม่นมถง เจ้าอยู่ที่นี่คอยดูแลนาง อย่าให้นางร้องไห้จนทำร้ายตัวเองส่วนผู้อื่นออกไปให้หมด ให้พวกนางแม่ลูกอยู่ด้วยกันสักพักเถิด”
ทุกคนตอบรับ ฮูหยินผู้เฒ่าถูกประคองออกไป ตามด้วยฮูหยินหกที่ประคองนายท่านหกที่ได้รับบาดเจ็บแผ่นหลังชุ่มไปด้วยเลือดออกไป
นายท่านสองกับฮูหยินสองออกไปเพื่อจัดการเรื่องต่างๆ ตอนนี้ทั้งภายในภายนอกเรือนกำลังยุ่งวุ่นวาย นายท่านสี่มีสีหน้าแข็งทื่อ เขายืนนิ่งไม่ขยับตัวไปที่ใด
“ท่านพี่เจ้าคะ” ฮูหยินสี่ถามอย่างระมัดระวัง “พวกเราก็ออกไปด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ ให้พี่สะใภ้สามจากไปอย่างสงบเถอะเจ้าค่ะ”
ผ่านไปสักพักนายท่านสี่ถึงขยับริมฝีปาก “อ้อ” ใบหน้าที่เคย