พอได้ยินแล้วกลายเป็นอีกสถานการณ์หนึ่ง
เมื่อฮูหยินสามตื่นขึ้นมาแล้วเห็นข้อความที่นางทิ้งไว้จึงรู้สึกไม่สบายใจเลยไปที่ห้องสักการะ แล้วข่าวลือก็แพร่สะพัดตามที่แม่นมถงกล่าว
เมื่อเล่าจบฮูหยินหกก็คุกเข่าดัง ‘ตุบ’ ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหมิง นางก้มศีรษะลง “เรื่องนี้เป็นความผิดของสะใภ้ที่ไม่สามารถระงับอารมณ์ได้จึงไปสร้างปัญหาให้ท่านแม่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่าพี่สะใภ้เสียความบริสุทธิ์ ถึงแม้พี่สะใภ้จะฆ่าตัวตาย แต่ก็เป็นเพราะสะใภ้ฆ่านางด้วยคำพูด ความผิดครั้งใหญ่นี้ สะใภ้ไม่มีหน้าเป็นสะใภ้ตระกูลหมิงต่อไปจึงขอเชิญตนเองไปที่ศาลเพื่อชดใช้ชื่อเสียงให้พี่สะใภ้สาม”
“ไม่ได้!” ฮูหยินสองโพล่งออกมา และภายใต้สายตาของทุกคน นางหลุบสายตาแล้วพูดว่า “น้องสะใภ้สามก็จากไปแล้ว น้องสะใภ้หกจะเชิญตัวเองไปที่ศาล คนภายนอกจะคิดอย่างไรกัน แบบนี้ไม่เป็นการทำให้น้องสะใภ้สามที่จากไปแล้วถูกผู้คนนำไปเล่าอย่างสนุกปากหรือ ถึงอยากรับโทษ แต่ก็ต้องคิดถึงวิธีทำให้ไม่เป็นที่สนใจด้วย”
นางหยุดชะงักแล้วนั่งลงคุกเข่าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าหมิง “เรื่องนี้สะใภ้เองก็มีส่วนผิดเช่นกันที่ไม่สามารถห้ามนางได้ซ้ำยังปล่อยให้พวกเขากระจายข่าวลือนั่น เป็นเพราะสะใภ้ดูแลได้ไม่ดี ได้โปรดท่านแม่ลงโทษด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นพี่สะใภ้กับน้องสะใภ้ขอรับโทษ ฮูหยินสี่เห็นดังนั้นจึงคุกเข่าลง “เรื่องภายในเรือนเป็นหน้าที่ของผู้เป็นสะใภ้ การปล่อยให้คนแพร่ข่าวลือเข้าไปใ