นสวนอวี๋ฟางเป็นความผิดของสะใภ้ด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ”
นายท่านสองเหลือบมองไป และพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า “พวกท่านมีส่วนผิดแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ผู้ร้ายตัวจริงอยู่ที่นี่แล้ว!”
พูดจบนายท่านสองก็เตะที่ขาจนนายท่านหกล้มลงคุกเข่ากับพื้นดัง ‘ตุบ’
นายท่านหกในตอนนี้ผอมแห้งจนดูไม่เหมือนมนุษย์ แววตาหมองคล้ำ มีถุงใต้ตาขนาดใหญ่ ร่างกายผ่ายผอมไปทั้งตัว ดูไม่มีเค้าของนายท่านหกคนเดิมเลย
“เรื่องทั้งหมดเกิดจากเจ้านี่!” น้ำเสียงของนายท่านสองเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองใจ “ถ้าไม่ใช่เพราะคนติดเหล้าผู้นี้จะเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ได้อย่างไร ในฐานะน้องชาย การดูหมิ่นพี่สะใภ้ที่เป็นหม้ายก็เป็นเรื่องหนึ่ง รังแกหลานสาวที่ยังเด็กเป็นเรื่องที่สอง ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของเจ้าที่ทำให้น้องสะใภ้สามเสียชีวิต! ทำให้เสี่ยวชีต้องโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง! น้องหก! ความผิดนี้เจ้ายอมรับหรือไม่”
นายท่านหกก้มหน้าไม่พูดอันใดเลยตั้งแต่ต้นจนจบ นายท่านสองโกรธมาก และตะโกนออกไปข้างนอก “ต้าซิง ไปเอาไม้มา!”
“ขอรับ” บ่าวชายคนหนึ่งส่งไม้เรียวมาให้อย่างรวดเร็ว
นายท่านสองพูดอย่างเย็นชา “น้องหก ท่านพ่อจากไปแล้ว พี่ใหญ่อยู่ที่เมืองหลวง ข้าในฐานะพี่สองจำเป็นต้องสั่งสอนเจ้า เจ้ายอมรับหรือไม่”
จนกระทั่งนายท่านหกพูดออกมาหนึ่งคำ “รับ…”
“ดี! ในเมื่อเจ้ารับ งั้นก็ยอมรับกฎของตระกูลซะ!” นายท่านหกไม่พูดอันใดอีก เขาทำได้เพียงก้มหน้า นายท่านสองตวัดไม้เรียวลงบนแผ่