รถม้าจอดที่หน้าประตูอาหว่านลุกออกจากรถม้าก่อน
หมิงเวยนั่งอยู่ในรถม้าดึงแขนเสื้อตนเองโดยไม่รู้ตัว
“คุณหนูเจ้าคะ” ซู่เจี๋ยตื่นตระหนก
หมิงเวยเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยให้นางสบายใจขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อตัวนางเองก็รู้สึกใจหนักอึ้งไม่กล้าคิดแล้วก็ไม่อยากคิดด้วย
เมื่อวานหยางชูไม่ยอมเสี่ยงที่จะปล่อยตัวนาง แต่เมื่อรู้ว่าตระกูลหมิงเกิดเรื่องขึ้นถึงได้ยอมปล่อย มันแสดงให้เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตระกูลหมิงนั้นทำให้เขาไม่กังวลว่านางจะพูดเรื่องอันใดออกไป
เป็นเรื่องแบบไหนกันถึงได้สามารถรับประกันแก่เขาได้
หลังจากนั้นไม่นานอาหว่านก็มาเรียกนาง “แม่นางหมิง ข้าน้อยจัดการให้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” หมิงเวยลงจากรถแล้วเปลี่ยนไปนั่งเกี้ยวกับซู่เจี๋ย หลบเลี่ยงผู้อื่นแล้วเข้าสวนอวี๋ฟางอย่างเงียบๆ
สวนอวี๋ฟางในวันนี้เงียบสงบเป็นพิเศษ สาวใช้ที่แต่ก่อนเห็นมาๆ ไปๆ กลับไม่เห็นแม้แต่เงา หมิงเวยลงจากเกี้ยวสิ่งแรกที่นางเห็นคือตัวฝูที่ดวงตาแดงก่ำเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา
“คุณหนู!” พอเห็นหมิงเวย ตัวฝูก็รีบวิ่งเข้ามาหา และร้องไห้สะอึกสะอื้น
หัวใจของหมิงเวยจมดิ่งลงเบื้องล่าง ได้ยินซู่เจี๋ยถามซ้ำๆ ไปว่า “เกิดอันใดขึ้น เจ้าร้องไห้ทำไมกัน”
หมิงเวยไม่รอคำตอบจากตัวฝู นางก้าวเท้าไปหาฮูหยินสาม ก้าวหนึ่งลึก ก้าวหนึ่งตื้น ระยะทางไม่ไกลแต่รู้สึกเหมือนว่าเดินมานานแล้ว ห้องของฮูหยินสามเต็มไปด้วยผู้คน เหล่าฮูหยินพูดคุยกันเสียงเบา