ส่วนเหล่าสาวใช้กำลังเช็ดน้ำตา
เมื่อเห็นหมิงเวยเดินเหม่อลอยเข้ามา ปิงซินที่ร้องไห้น้ำตานองก็ร้องขึ้นมา
“คุณหนู!” แล้วนางก็ปล่อยโฮออกมา
นางร้องไห้ราวกับน้ำมันราดรดกองไฟแล้วทุกคนในห้องก็ร้องไห้ออกมาด้วยความโศกเศร้า
“เสี่ยวชี!” ฮูหยินสอง ฮูหยินสี่ และฮูหยินหก ทั้งสามคนต่างพากันยืนขึ้นเมื่อเห็นนาง ฮูหยินสองเดินเข้ามากอดนาง “เด็กดี เจ้าอย่าดูเลย กลับห้องไปก่อนดีกว่านะ”
ฮูหยินสี่พูดว่า “ตัวฝู รีบพาคุณหนูของเจ้ากลับห้องไปเร็ว”
หมิงเวยยืนนิ่ง ฮูหยินสองพยายามพานางออกไป “ที่นี่เกิดเรื่องวุ่นวาย เจ้ากลับไปก่อน เชื่อฟังป้านะ”
อย่างไรก็ตามเท้าของนางดูเหมือนจะมีรากหยั่งลึกจนฮูหยินสองไม่สามารถดันนางออกไปได้เลย
“หลีกไปเจ้าค่ะ” หมิงเวยบอกเบาๆ
ฮูหยินสองถูกหมิงเวยจับข้อมือแล้วผลักออกไปอย่างนุ่มนวล และชำนาญทั้งๆ ที่ไม่เห็นว่านางใช้กำลังแต่อย่างใด
“เสี่ยวชี!” ฮูหยินสี่เข้ามาขวาง แต่หมิงเวยก็เดินผ่านนางไป
“คุณหนู!” แม่นมถงยืนอยู่ข้างเตียงใบหน้าแก่ชรามีน้ำตาไหลพราก หมิงเวยยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงนอนแล้วก้มลงมอง ฮูหยินสามนอนอยู่ตรงนั้น นางนอนหลับตาพริ้มราวกับกำลังหลับใหล
แต่ใบหน้างามนั้นเป็นสีม่วงดูบิดเบี้ยวไร้ความมีชีวิตชีวาราวกับรูปปั้นประติมากรรม หมิงเวยค่อยๆ คุกเข่าลงจับมือที่เย็นเฉียบของฮูหยินสามขึ้นแนบกับใบหน้าของนางเบาๆ
นางนึกถึงคำพูดที่ตนพูดไปเมื่อคืน ชาตินี้ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้รับความรักความเอ็