้น”
คุณชายหยางรู้สึกไม่พอใจ ลึกๆ แล้วเขาไม่ต้องการให้นางเป็นต่อ “ใต้หล้าไม่ได้มีแค่ท่านที่เข้าใจเคล็ดวิชานี้ เพียงข้าส่งจดหมายกลับไป ข้าก็สามารถเชิญเสวียนชื่อที่เก่งที่สุดมาได้”
“ผิดแล้ว!”
หมิงเวยตอบ “ท่านไม่สามารถเชิญเสวียนชื่อที่เก่งที่สุดมาได้หรอก เพราะว่าข้าอยู่ที่นี่” รอยยิ้มของคุณชายหยางหายไป ความไม่พอใจเมื่อครู่กระจายหายไปทันที
นางหมายถึงไม่มีใครเก่งกาจไปกว่านางแล้วสินะ เขาคิดว่าตนหลงตัวเองพอสมควรแล้ว แต่เขาไม่คิดว่าหญิงสาวนางนี้จะหลงตัวเองยิ่งกว่าเขาเสียอีก
“แม่นางหมิง การคุยโวโอ้อวดก่อนลงมือทำไม่ใช่นิสัยที่ดีหรอกนะ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน ท่านแน่ใจหรือว่าท่านเป็นเสวียนชื่อที่เก่งที่สุด”
“ใช่ ข้าแน่ใจเจ้าค่ะ”
คุณชายหยางแบมืออย่างไม่แยแส “แล้วอย่างไร”
“ปรมาจารย์แห่งชีวิต” หมิงเวยย้ำอย่างจริงจัง “ข้าคือปรมาจารย์แห่งชีวิต”
“…” เขาตอบ “ก็แค่คำเรียกจำเป็นต้องจริงจังเพียงนั้นเลยหรือ”
“แน่นอนว่าต้องจริงจังเจ้าค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาจากท่านอาจารย์ และข้าจะต้องรักษาชื่อนี้เอาไว้” คุณชายหยางเดิมทีมีความสงสัยเกี่ยวกับคำพูดของนาง แต่เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ เขาก็เชื่อเกินครึ่งแล้ว
คนที่มีความเชื่อจะไม่ล้อเล่นกับสิ่งที่ได้รับสืบทอดมา เขาคิดอยู่พักหนึ่ง “หากข้าเชื่อท่าน นับว่าเสี่ยงมาก! หากท่านกลับไปแล้วนำเรื่องนี้ไปพูด ข้าคงแก้ไขอันใดไม่ทัน”
หมิงเวยถอนหายใจ “ที่จริงแล้วข้าไม่