“ท่านพูดผิดแล้ว!”
“อะไรนะ”
หมิงเวยตอบ “คนตายไม่สามารถเก็บความลับได้”
คุณชายหยาง “….”
หมิงเวยจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วพูดว่า “ไม่ว่าจะเป็นคนตายแบบใด ข้าก็สามารถทำให้พวกเขาเปิดปากบอกได้”
รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณชายหยางค่อยๆ หายไป มือที่กดนางอยู่ขยับขึ้นไปที่คอระหงราวกับจะบีบคอนางทันทีที่นางพูดจาไม่เข้าหู
หมิงเวยหายใจเบาๆ หลังจากเผชิญหน้ากันไม่นานนางก็สัมผัสได้ถึงอุปนิสัยของคุณชายหยางผู้นี้ได้ ภายใต้หน้ากากเสเพลของเขาได้ซ่อนตัวตนที่โหดร้ายเอาไว้อยู่ เขาไม่ชอบให้ผู้อื่นโกหก ยิ่งหยอกกันมากเท่าใด เขายิ่งไม่ปรานี
พลังของนางในตอนนี้ต่ำมาก หากอยากออกไปจากที่นี่มีเพียงทางเดียวคือต้องจัดการเขาเท่านั้น คุณชายหยางหลุบสายตามองนางโดยปราศจากรอยยิ้มบนใบหน้า
ใบหน้าสำรวมตน สายตามองมายังนางราวกับตรวจสอบ แต่หมิงเวยมองว่าเป็นเรื่องที่ดี นั่นหมายความว่าเขาได้ถอดเปลือกนอกของเขาออกแล้ว
“ท่านเป็นใครกันแน่”
ไม่รอให้หมิงเวยตอบ คุณชายหยางก็พูดต่อว่า “อย่าสร้างเรื่องให้เสียเวลาเลย ข้าให้คนไปสอบถามก่อนหน้านี้แล้ว คุณหนูเจ็ดแห่งตระกูลหมิงเกิดมาโง่เขลา หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเจอภูติผีจนตกใจกลัว แล้วจู่ๆ ก็หายเป็นปกติ ตามคำบอกเล่าของคนในตระกูลหมิง เสวียนหนี่เหนียงเหนียงสัมผัสได้ถึงความจริงใจของฮูหยินสามจึงส่งวิญญาณที่ลอยหายไปกลับมา…”
พูดถึงเรื่องนี้เขาก็หัวเราะออกมา “แต่งเรื่องมาได้ดี แต่ข้าไม่เชื่อในเรื่องเทพเจ้า”
ห