้ว”
“อ้อ…”
“บทเพลงนั่นแต่งขึ้นโดยเสวียนชื่อท่านหนึ่งเมื่อร้อยปีก่อน ชื่อเดิมของบทเพลงนี้คือถามสวรรค์ แต่เพราะเขากวาดล้างโลกมนุษย์ และมักใช้บทเพลงนี้เพื่อนำทางวิญญาณ เพราะฉะนั้นบทเพลงนี้จึงมีอีกชื่อหนึ่งคือ นำทางวิญญาณ”
คุณชายหยางยิ้ม “บทเพลงนี้แทบจะไม่เป็นที่แพร่หลายในหมู่ผู้คน ผู้ที่รู้จักบทเพลงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเสวียนชื่อ ท่านมาจากที่ใดกันถึงได้รู้จักบทเพลงนี้”
หมิงเวยพยายามรักษาระดับการหายใจแล้วยิ้มตอบกลับด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกัน “คุณชายเองก็รู้จักบทเพลงนำทางวิญญาณนี้ด้วยหรือ ดูเหมือนท่านเองก็ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน!”
ฝ่ามือนั้นกดเข้าที่คอนางหนักขึ้นจนทำให้นางร้องครางออกมา “หากเมื่อครู่ท่านกลับไปอย่างว่าง่าย ข้าคงไม่มีเวลามาสนใจในตัวท่าน แต่ท่านดันบังเอิญหลงทางมาอยู่ที่นี่…”
“คุณชายไม่ได้มีเจตนาจะฆ่าข้าตั้งแต่แรกแล้วหรือ” หมิงเวยแปลกใจ “ในเมื่อรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ เหตุใดจึงต้องมาพูดคุยโดยไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นนี้ด้วยเล่า”
“เปล่าหรอก” คุณชายหยางหัวเราะเบาๆ “ท่านซ่อนตัวได้ดีมาก ในตอนแรกข้าไม่รู้ตัว จนกระทั่งเมื่อสักครู่นี้ตอนที่ข้าเขียนจดหมาย การหายใจของท่านหนักขึ้นเล็กน้อย ท่านอยากรู้หรือว่าข้าเขียนสิ่งใดลงไป”
หมิงเวยเข้าใจขึ้นมาโดยฉับพลัน “เพราะเหตุนี้ท่านถึงได้เผามันสินะ”
“เอาล่ะ! ข้าตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของท่านแล้ว ท่านควรตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของข้าบ้างไม่ใช่หรือ” เขาถามเสีย