ช้ร่างกายของเขาปราบปรามวิญญาณชั่วร้าย ช่วยชีวิตผู้สืบทอดเสวียนเหมิน เปลี่ยนกายให้กลายเป็นอากาศที่สะอาดแก่โลกมนุษย์”
“เขาเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชา เรียนรู้จุดแข็งของผู้อื่นเพื่อให้ตนแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งเขายังมีความเมตตากรุณา เสวียนชื่อทั่วหล้ายกให้เขาเป็นที่หนึ่ง แล้วยังมอบสมญานามเพียงหนึ่งเดียวให้กับเขา”
หมิงเวยมองเข้าไปในดวงตาของเขาและพูดคำสองคำเบาๆ “ปรมาจารย์แห่งชีวิต”
คุณชายหยางมองนางแต่ไม่พูดอันใดออกมา
“นี่เป็นเรื่องราวของปรมาจารย์แห่งชีวิตรุ่นแรก หลังจากนั้นปรมาจารย์แห่งชีวิตได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ถือเอาใต้หล้าเป็นความรับผิดชอบของตนเอง หลังจากการสืบทอดไปประมาณหนึ่งร้อยปี ปรมาจารย์แห่งชีวิตในยุคสมัยนั้นก็หายตัวไปโดยไม่คาดคิด ตั้งแต่นั้นมาชื่อของปรมาจารย์แห่งชีวิตผู้นั้นได้หายไปจากโลก”
หมิงเวยหัวเราะ “แม้ว่าจะไม่ค่อยมีผู้ใดได้ยินบทเพลงนำทางวิญญาณ แต่ก็ยังมีผู้ที่สามารถเล่นเพลงนี้ได้ แต่นอกเหนือจากผู้สืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตแล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถบรรเลงบทเพลงนี้ได้”
คุณชายหยางมองนางด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
หมิงเวยมองกลับไปเงียบๆ “ท่านต้องการอันใด” ในที่สุดเขาก็ถาม แรงที่คอผ่อนคลายลงเป็นครั้งแรก หมิงเวยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “คุณชายคงทราบว่าข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“ตระกูลหมิงส่งท่านมา” หมิงเวยรู้สึกประหลาดใจเมื่อเขาตอบอย่างไม่แยแส
คุณชายหัวเราะเยาะ “ท่านคงไม่คิดว่ามีแค่พวกท่านตระ