ทันทีที่คุณชายหยางและเหลยหงเดินออกไป คนอื่นๆ ต่างก็รีบหนีออกไปทีละคน พวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารองเท้าตนจะหลุดหรือเสื้อจะขาด ไม่ว่าจะเป็นนางขับร้องหรือเหล่าคุณชาย ต่างก็รีบหนีออกไปโดยเร็วที่สุด
ใช้เวลาเพียงไม่นานผู้คนก็เดินหนีออกไปจนหมดเหลือเพียงเงาที่ลอยอยู่ภายในห้อง หมิงเวยมองขลุ่ยในมือแล้วพูดกับตัวเอง “ช่างแปลกใหม่เสียจริง สิ่งนี้น่าสนใจไม่น้อย…”
พูดจบนางก็เตรียมตัวเดินออกไป วิญญาณเร่ร่อนเหล่านี้จะสลายไปเมื่อดวงอาทิตย์ยามเช้ามาถึงจึงไม่ต้องกังวลอันใดมาก หมิงเวยผลักประตูแต่พบว่านางไม่สามารถผลักออกไปได้จึงกลับไปตามทางเดียวกันกับตอนที่นางมา
ห้องนี้มีขนาดใหญ่เกินเหตุรอบๆ ห้องถูกม่านหนาปิดทึบเอาไว้ นางเลิกม่านชั้นหนึ่งขึ้น พอเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็เจออีกชั้นหนึ่ง เดินแบบนี้ไปสักพัก หมิงเวยก็พบปัญหาใหญ่เข้า
นางหลงทางแล้ว…
ทุกคนต่างก็มีจุดแข็งและจุดอ่อน นางเป็นคนที่เรียนรู้เร็วตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด เพียงครู่เดียวนางก็เข้าใจแล้ว แต่นางเข้าใจเกี่ยวกับโลกภายนอกได้ช้ามาก จำคนไม่ค่อยได้นับเป็นเรื่องหนึ่ง จำทางไม่ได้ก็นับเป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน
หากอยู่ด้านนอกยังสามารถใช้เข็มทิศและการพยากรณ์ดวงดาวช่วยบอกตำแหน่งได้ แต่ภายในห้องนี้เหมือนกันหมดทุกอย่าง ไม่มีการอ้างอิงได้เลย นางจึงหมดปัญญา
นางจึงทำได้แค่ถามงูขาว “เจ้าจำทางออกได้หรือไม่”
งูขาวตัวน้อยสับสน “ข้า…ข้าอยู่ในแขนเสื้อของท่าน