มีชายผู้หนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเหลยหง ทันทีที่เข้ามาเขาก็นั่งลงเท้าแขนกับพนักเก้าอี้ ยกขาขึ้นบนโต๊ะอย่างไม่สนใจภาพลักษณ์
“วุ่นวายแล้วไม่ดีหรือ สายตาที่จ้องมายังพวกเรา เหมือนโดนผีพวกนั้นหลอกจนตกใจวิ่งหนีไปเลย” พูดถึงเรื่องนี้เขาก็ยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “น่าสนใจมาก! ช่างน่าสนใจจริงๆ! ทำไมข้าถึงคิดวิธีเช่นนี้ไม่ออกนะ”
น้ำเสียงของเหลยหงดูจนปัญญาเป็นอย่างมาก “คุณชาย…”
เขาหันไปด้านข้างแล้วในที่สุดหมิงเวยก็เห็นหน้าของชายผู้นั้นอย่างชัดเจนที่แท้ก็เป็นคุณชายหยาง
เหลยหงพูดต่อ “เรื่องวิญญาณเร่ร่อนปรากฏตัวต้องมีสาเหตุเป็นแน่ พวกเราควรตรวจสอบดีหรือไม่ขอรับ”
“ไม่จำเป็นหรอก” เขาโบกมือพร้อมรอยยิ้ม “ข้ารู้ว่าเกิดอันใดขึ้น”
“คุณชาย”
“เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้” เขาพูด “กว่าจะได้พูดคุยกันอย่างสบายใจเช่นนี้ไม่ง่ายเลย พูดเรื่องของท่านมาก่อนเถอะ”
เพราะเป็นเรื่องสำคัญเหลยหงจึงต้องพักหัวข้อก่อนหน้านี้ไปแล้วรายงานแก่เขา “ใต้เท้าได้เปิดอ่านเอกสารของเมืองตงหนิงในหลายๆ ปีที่ผ่านมาแล้วขอรับ แต่ไม่พบเบาะแสใดๆ”
“ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอันใดเลย มันเป็นเรื่องเมื่อสิบปีก่อนซึ่งนานมาแล้ว อีกทั้งหากเป็นการฆ่าฝังศพ เจ้าหน้าที่ย่อมไม่มีทางหาพบอยู่แล้ว” หมิงเวยฟังบทสนทนาของทั้งสองคนแล้วรู้สึกแปลกใจ พวกเขามาเพื่อสืบคดีเมื่อสิบปีก่อนงั้นหรือ เหมือนว่าพวกเขากำลังตามหาคนที่ถูกฆ่าอยู่
“แล้วทางนี้ล่ะขอรับคุณชาย