รถม้าพุ่งทะยานไปในค่ำคืนที่มืดมิด อาการประหม่าของซู่เจี๋ยผ่อนคลายลงเล็กน้อยก่อนที่นางจะรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “ฮูหยินไม่ได้ทาแป้งหอมหรือเจ้าคะ”
เกิดความเงียบไปพักหนึ่งเสียงที่ลอดออกมาจากใต้หมวกคลุมใบหน้านั้นทำเอาวิญญาณของซู่เจี๋ยแทบหลุดออกจากร่าง “ซู่เจี๋ย นี่ข้าเอง”
ซู่เจี๋ยชะงักนางรีบยกหมวกคลุมหน้าออกอย่างรวดเร็ว หมิงเวยเองก็ปลดผ้าคลุมหน้าออก แสงไฟในรถม้าช่างสลัว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ซู่เจี๋ยแยกความแตกต่างระหว่างมารดากับบุตรสาวไม่ออก
ซู่เจี๋ยอ้าปากค้างนางเกือบจะร้องไห้ออกมา โชคดีที่นางยังมีสติ รู้ดีว่าตนเองต้องกลั้นเสียงเอาไว้ “คุณหนู! ทำไมถึง…”
นี่มันเกิดอะไรขึ้น สลับคนกันตั้งแต่เมื่อใด ฮูหยินไม่มีทางยอมให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นแน่ แล้วคุณหนู…หมิงเวยพูดเสียงเบา “ตั้งแต่นี้ไปเจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ มาช่วยข้าดูหน่อยว่ามีตรงไหนยังติดขัดอยู่บ้าง”
ซู่เจี๋ยส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ คุณหนูทำเช่นนี้ ฮูหยินจะเสียใจนะเจ้าคะ”
“อย่างน้อยหนึ่งชั่วยามท่านแม่จะไม่ตื่น” หมิงเวยตอบ “หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นข้าก็กลับเข้าไปในสวนแล้ว หรือเจ้าคิดจะเปิดโปงเรื่องนี้” คนขับรถม้าด้านนอกเป็นคนสนิทของนายท่านสอง
ถ้าหากตะโกนออกไป นายท่านสองก็จะรู้ว่าคุณหนูเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้
ไม่ได้ จะให้นายท่านสองรู้ไม่ได้เด็ดขาด! มิอาจทราบว่านายท่านสองจะเกิดมีความคิดผิดเพี้ยนขึ้นมาอีกหรือไม่ รูปลักษณ์ของคุณหนูนั้นเ