นายท่านสองรีบเดินกลับไป คนผู้นั้นยังนั่งอยู่ที่เดิม เมื่อเห็นว่านายท่านสองกลับมาแล้วเขาก็เลิกเปลือกตาขึ้น “เป็นอะไร เห็นท่านเป็นเช่นนี้ ดูเหมือนจะเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นสินะ”
นายท่านสองกดหว่างคิ้ว อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้ง “เจ้าน้องหกเหลวไหลนั่นสร้างปัญหาขึ้นมาแล้ว”
เขาพูดเสียงเบา “เขาได้สร้างปัญหาที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมาแล้ว แล้วจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นอีกเล่า”
นายท่านสองลังเลที่จะพูด แต่ในที่สุดก็บอก “เขาเมาจนสับสน จนอยากมีความสัมพันธ์กับเสี่ยวชี…”
“อะไรนะ” จนถึงตอนนี้สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นความโกรธ “เหลวไหล! เขาเป็นอาได้อย่างไรกัน เสี่ยวชีล่ะ นางเป็นอย่างไรบ้าง”
“นางไม่เป็นอะไร ยังไม่เกิดอะไรขึ้น นางแค่ตกใจจนเอาปิ่นแทงท้องล่างน้องหก แม่เฒ่าหม่าบอกว่าเกรงว่าภายภาคหน้าเขาจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ”
ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ชายผู้นั้นก็กล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล “ช่วยชีวิตได้ก็ถือว่าดีแล้ว เสื่อมสมรรถภาพทางเพศก็เสื่อมไป อย่างไรซะเขาก็มีลูกแล้ว จากนี้คงทำตัวเหลวไหลไม่ได้อีกแล้วล่ะ”
นายท่านสองเองก็คิดเช่นนั้น “ในเมื่อท่านพูดเช่นนี้ งั้นข้าจะจัดการให้”
เขากำลังจะเดินออกไป แต่กลับถูกเรียกไว้ “ท่านบอกว่าเสี่ยวชีแทงปิ่นไปที่ท้องล่างของน้องหก ตำแหน่งจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น!”
“ใช่!”
“ปิ่นนั่นหน้าตาเป็นอย่างไร”
“เป็นปิ่นทองที่แม่ของนางสวมอยู่ทุกวัน” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายขมวดคิ้วแล้วไม่พูดอะไร นายท่านสองจึงถามว่