อนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นเพื่อคลายความเกลียดชังและความกลัวของตนเอง
“ลูกไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ทำไมถึงใจกล้าเช่นนี้! บอกให้ลูกหนีไปก็ไม่ยอมไป”
ฮูหยินสามที่สติกลับมาแล้วตีบุตรสาว นางร้องไห้อีกครั้ง “ลูกคงไม่รู้ว่าพละกำลังของบุรุษแข็งแรงเพียงใด เจ้าจะหนีไปได้อย่างไรกัน หากเขาจับตัวลูกได้แล้วถ้า…”
ฮูหยินสามไม่กล้าคิดต่อ
หมิงเวยหัวเราะ ถึงแม้วิชาของนางจะยังไม่กลับมา แต่ก็ไม่ยากที่จะหลบหนีเงื้อมมือของคนที่ไม่เคยเรียนการต่อสู้มาก่อน
นอกจากนี้ สถานการณ์เมื่อสักครู่ นางก็ไม่สามารถทิ้งพวกนางไว้ข้างหลังได้หรอก
เพียงแต่ไม่คิดว่าจะทำให้ฮูหยินสามตกใจถึงเพียงนี้ พอมาคิดดูอีกที เงื่อนงำที่ซ่อนอยู่ต่างหากที่น่าตกใจ
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้นางก็กอดฮูหยินสามเบาๆ หลายปีที่ผ่านมา นางต้องเผชิญกับเรื่องแบบนี้มากี่ครั้งกัน
แม่นมถงรีบพาซู่เจี๋ยเข้ามาแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นนายท่านหกนอนกุมท้องอยู่บนพื้น “ฮูหยินเจ้าคะ! นี่ นี่…”
“แม่นม!” ฮูหยินสามร้องไห้
แม่นมถงสงบลงอย่างรวดเร็ว “ซู่เจี๋ย เจ้ารีบส่งจดหมายไปตามยายเฒ่าหม่าที่ฝั่งตะวันออก แล้วรีบไปตามนายท่านสองมาด้วย”
“เจ้าค่ะ” ซู่เจี๋ยหน้าซีดด้วยความตกใจ นางรีบสงบสติอารมณ์ และวิ่งหายออกไปในความมืด
แม่นมถงถาม “นายท่านหกบาดเจ็บตรงไหนหรือเจ้าคะ อันตรายถึงชีวิตหรือไม่”
“ไม่ถึงตายหรอก” หมิงเวยปล่อยมือแล้วเดินไปหานายท่านหก
ฮูหยินสามรีบคว้าตัวนางทันที “อย่าไปนะ!”
หมิงเวยปลอบน