าง “เขาถูกลูกแทงที่จุดสำคัญ ตอนนี้เขาเจ็บเกินกว่าที่จะลุกขึ้นได้ ไม่มีแรงจับลูกหรอกเจ้าค่ะ”
“แต่ว่า…” หมิงเวยถอนหายใจ “ท่านลุงสองรู้เห็นเหตุการณ์ด้วยใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ฮูหยินสามเลี่ยงที่จะสบตาด้วย แค่นี้หมิงเวยก็รู้ชัดเจนแล้ว
เกรงว่าจะไม่ใช่แค่คนรู้เห็นเหตุการณ์
นางลองพูดอีกประโยค “ท่านอาหกบาดเจ็บหนักเช่นนี้ ท่านลุงสองคงคิดว่าลูกทำร้ายผู้อาวุโสกว่า”
แม่นมถงกลับพูดว่า “คุณหนู นายท่านสองไม่มีทางคิดเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
แม่นมถงไม่อธิบาย แต่กลับบอกว่า “สรุปก็คือคุณหนูไม่ต้องกังวลไปหรอกนะเจ้าคะ”
หมิงเวยกลับยิ่งกังวลมากยิ่งขึ้นท่าทีของแม่นมถงบอกได้อยู่เรื่องหนึ่ง นายท่านสองกับฮูหยินสามมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้ง
เมื่อเป็นเช่นนั้นนางยิ่งไม่อาจแหวกหญ้าให้งูตื่นได้! นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “พวกท่านฟังข้านะ…”
…………
ในราตรีดึกเงียบสงัด
ณ เรือนเล็กฝั่งตะวันออกที่ไกลออกไปจากจวนตระกูลหมิง แสงไฟดวงเล็กๆ ทำให้มองเห็นเงาของคนสองคนที่นั่งตรงข้ามกันทอดตัวยาวออกไป
นายท่านสองมองคนฝั่งตรงข้ามที่กำลังชงชาอย่างไม่รีบร้อน ลวกถ้วยชา วางชา ล้างชา เทน้ำ…ใบชาที่ลอยอยู่ในถ้วย ค่อยๆ คลี่ตัวออกอย่างยืดหยุ่นราวกับเต้นระบำอยู่ และผู้ที่ทำสิ่งนี้มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำตั้งแต่ต้นจนจบ นายท่านสองถอนหายใจ “ท่านเป็นคนที่มีความอดทนสูง”
อีกฝ่ายพูดเบาๆ ว่า “หากไม่มีความอดทน คงไม่อยู่รอดมาได้อย่างทุกวันนี้”
“ก็จริง”