พอชงชาเสร็จ นายท่านสองก็ยกถ้วยชาขึ้นเพื่อดมกลิ่นหอมแล้วดื่มอย่างช้าๆ
แต่คนฝั่งตรงข้ามกลับไม่ดื่ม รอเขาดื่มเสร็จจึงดื่มไปถามไปว่า “คดีความของตระกูลหลีจะปล่อยให้ค้างคาเช่นนี้หรือ”
นายท่านสองตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า เรื่องส่วนตัวของหนุ่มสาวจะให้ผู้ตรวจการไปตัดสินน่ะหรือ มันเป็นเรื่องไร้สาระ!”
อีกฝ่ายขมวดคิ้วไม่พูดอะไร นายท่านสองเห็นเช่นนั้นจึงถามด้วยความเป็นห่วง “มีปัญหาอะไรหรือ”
“คุณชายหยางผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่ หากเขารับแม่นางจากตระกูลหลีไปซะดีๆ ก็คงไม่เกิดปัญหาขึ้นเยอะเช่นนี้หรอก”
นายท่านสองยิ้ม “สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องปกติจริงๆ ที่เมืองหลวงเขามีชื่อเสียงในเรื่องการไม่ปฏิเสธผู้ที่เข้าหา เติบโตมาด้วยใบหน้าเช่นนั้นดึงดูดให้พวกหญิงสาวชื่นชอบ เขาไม่ปฏิเสธหญิงที่มาเข้าใกล้ แต่เขาไม่เคยรับผิดชอบ”
“นั่นมันที่เมืองหลวง แต่ครั้งนี้เขาออกจากเมืองหลวงตามคำสั่งของฝ่าบาท” อีกฝ่ายเคาะป้านจื่อซา[1]เบาๆ “ขุนนางในสำนักหวงเฉิงซือ ไม่ว่าฝ่าบาทจะโปรดปรานเผยกุ้ยเฟยมากเพียงใด แต่พระองค์ไม่ยกตำแหน่งนี้ให้ใครง่ายๆ หรอก จะบอกว่าเขาไม่มีความสามารถหรือข้าไม่เชื่อ”
นายท่านสองอดสงสัยไม่ได้ “ท่านคิดมากไปหรือเปล่า ดูจากเรื่องที่เขาทำไปก่อนหน้านี้ มันช่างไร้สาระเสียจริง”
“ฮึๆ ท่านอย่าลืมสิว่าใครเลี้ยงดูเขามา เด็กที่องค์หญิงหมิงเฉิง และโป๋หลิงโหวเลี้ยงดูมาจะมีลักษณะเป็นเช่นไรกัน”
“นั่น…” นายท่า