เอาแต่ดื่มสุรา ไม่เคยจะมีสติกับเขาเลยสักวัน
ฮูหยินสามไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นางวิ่งไปหาหมิงเวยแล้วผลักนางออกไป “เสี่ยวชี หนีไป! รีบหนีไปซะ!”
“ท่านแม่อย่าเพิ่งโกรธไป” หมิงเวยยิ้มหวานและกดนางให้นั่งลงบนเก้าอี้ “ลูกขอเล่นกับท่านอาหกก่อนแล้วค่อยไป”
ฮูหยินสามรู้สึกมึนงง นางถูกรั้งไว้เช่นนี้จึงทำได้แต่ตะโกนด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวชี!”
หมิงเวยไม่สนใจ นางสั่งงูสีขาวตัวน้อยให้กลายร่างเป็นควันแล้วรัดฮูหยินสามเอาไว้ “ท่านอาหก ต้องเล่นอย่างไรหรือ”
นางเงยหน้าขึ้น และมองไปที่นายท่านหกด้วยท่าทางที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา
นายท่านหกรู้สึกคันที่หัวใจจนเขาลืมเรื่องสายเลือดและจริยธรรมไปหมดแล้ว เขายื่นมือไปจับนาง “เล่นแบบนี้…”
เมื่อเห็นว่านายท่านหกจับตัวหมิงเวย ฮูหยินสามรู้สึกเหมือนเลือดในกายของนางแข็งค้างไปทั้งหมด
เวลานี้ดูเหมือนจะย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน วันนั้นนางกำลังคัดลอกคัมภีร์เช่นเดียวกับในตอนนี้
ไม่รู้ว่านายท่านหกเข้ามาเมื่อใด ทั้งตัวเขามีแต่กลิ่นเหล้า เขากดนางลงบนโต๊ะบูชา
นางดิ้นและร้องไห้ แต่ไม่เป็นผล ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ เกิดมามีพละกำลังที่แข็งแรง นางจะรอดพ้นเงื้อมมือเขาได้อย่างไร
ฝันร้าย…
แต่เมื่อฝันร้ายสิ้นสุดลง นางก็ยังไม่ตื่นจากความฝัน สิ่งที่รอนางอยู่นั้นเป็นฝันร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่า
จนกระทั่งวันนี้ นางก็ยังจมดิ่งอยู่
“เสี่ยวชี! ไม่ ไม่นะ…” ฮูหยินสามเริ่มบ้าคลั่ง
หากบุตรสาวของนางต้องพบเจอกับ