ความโชคร้ายเช่นนี้ ที่นางทนมาเป็นสิบปีจะมีความหมายอะไรกัน
นางยังมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร
ไม่ ไม่นะ!
หากเรื่องมาถึงจุดนี้จริงๆ นางยอมตายเสียดีกว่า!
ต้องตายไปด้วยกัน เรื่องนี้ต้องจบลงอย่างสะอาด!
หมิงเวยที่เดิมทีคิดจะเล่นกับนายท่านหก แต่เมื่อเห็นว่าสภาวะของฮูหยินสามดูท่าไม่ดีแล้วจึงเปลี่ยนใจทันที
ตอนที่นายท่านหกกำลังยิ้มเยาะอยู่ นางมองไปข้างหลังของเขา จากนั้นก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ “ท่านพ่อ!”
นายท่านหกผงะ
ในตอนนั้นเองหมิงเวยพลิกข้อมือแล้วผละตัวออกจากพันธนาการของเขาอย่างชำนาญ ปิ่นปักผมสีทองที่ถืออยู่ในมือนานแล้วก็แทงเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ลงมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ไม่ต้องใช้ตามองก็รู้ว่าประตูชี่[1]อยู่ที่ไหน
“อา!” นายท่านหกกรีดร้อง
หมิงเวยไม่แม้แต่จะมอง นางดึงปิ่นปักผมออกแล้วยกเท้าเตะนายท่านหก จากนั้นก็พุ่งไปหาฮูหยินสาม
“ท่านแม่!”
ฮูหยินสามน้ำตาไหล นางกำลังดิ้นรนอย่างหนักราวกับพยายามที่จะแยกตัวออกจากฝันร้ายที่กักขังนางมาสิบปี “ไปให้พ้น ไปให้พ้นนะ! พวกท่านมันไร้ยางอาย ทำไมไม่ตายไปซะ!”
“ท่านแม่!” หมิงเวยกอดนางแน่นเพราะกลัวว่านางจะทำร้ายตัวเอง “อย่ากลัวไปเลยเจ้าค่ะ! ไม่เป็นอะไรแล้ว ลูกไม่เป็นอะไร ท่านไม่เป็นอะไร พวกเราปลอดภัยดี อย่ากลัว…”
“พวกแซ่หมิง พวกท่านมันไร้ศีลธรรมจรรยาเฉกเช่นสัตว์เดรัจฉาน! สวรรค์ไม่มีทางปล่อยคนอย่างพวกท่านเอาไว้แน่!” ฮูหยินสามก่นด่าเสียงดังด้วยความเกลียดชังราวกับจะระบายคว