ามแค้นที่มีมาตลอดสิบปี
หมิงเวยทั้งปวดใจทั้งกังวลใจเมื่อเห็นว่านางยังคงบ้าคลั่งจนไม่สามารถกำจัดมันออกไปได้ หมิงเวยจึงต้องใช้มือกดที่หน้าผากของนาง ใช้วิชาง่ายๆ เพื่อให้จิตใจของนางสงบ
แววตาของฮูหยินสามนิ่งสงบลงแล้ว เสียงค่อยๆ เงียบลง และกลับมาอยู่ในความสงบ
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ!” ฮูหยินสามค่อยๆ ได้สติอย่างช้าๆ นางมองบุตรสาวตรงหน้านางด้วยอาการหวาดผวา “เสี่ยวชีหรือ”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่ดูสิ ลูกไม่เป็นอะไร” ฮูหยินสามกลับเข้าสู่ความเป็นจริง นางมองเลยออกไป นางเห็นนายท่านหกนอนอยู่บนพื้น มือกุมท้องน้อย และร้องเสียงโหยหวน
“เกิดอะไรขึ้น เขา…”
หมิงเวยมองนายท่านหกด้วยสายตาเย็นชา “ลูกเอาปิ่นปักผมแทงจุดสำคัญของเขา เขาจะไม่สามารถรังแกท่านแม่ได้อีกต่อไป”
จิตใจของฮูหยินสามสับสนวุ่นวายและไม่รู้จะพูดอะไรไปชั่วขณะ
หมิงเวยหมุนตัวกลับมาแล้วถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ท่านแม่ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาที่นี่ใช่หรือไม่ ก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ หรือว่ามีใครอีก”
เมื่อได้ยินคำถามพวกนี้ ฮูหยินสามรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง “ลูกอย่าถามเลย”
จะให้บุตรสาวได้ยินเรื่องน่ารังเกียจเช่นนี้ได้อย่างไร แค่นางมาเห็นภาพนี้มันก็เกินพอแล้ว
เสี่ยวชียังต้องการแม่ที่สูญเสียความบริสุทธิ์เช่นนี้อยู่หรือไม่ นางสกปรกขนาดนี้ ยังมีคุณสมบัติที่จะเป็นมารดาของเสี่ยวชีได้อีกหรือ ในอนาคตนางจะไปมีหน้ามองหน้าบุตรสาวได้อย่างไร
“เจ้าค่ะ ลูกจ