“คุณหนูเจ้าคะ จัดเตียงเสร็จแล้วเจ้าค่ะ จะให้บ่าวอยู่รับใช้ตอนคุณหนูหลับหรือไม่เจ้าคะ” ตัวฝูถาม
หมิงเวยตอบนางไปว่า “เจ้าไปนอนเถอะ ข้าจัดการเองได้” ตัวฝูพยักหน้ารับแล้วถอยหลังไป
ห้องที่ดูว่างเปล่านี้ดูเหมือนจะมีแค่นางคนเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้ว…
หมิงเวยมองไปยังคุณหนูเจ็ดที่อยู่ตรงมุมเตียง
“ข้าขอโทษที่ขโมยท่านแม่ของท่าน” นางพูด ดวงวิญญาณที่ดูไร้ชีวิตชีวาพอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้น ท่าทางเหมือนจะไม่เข้าใจความหมายของนาง
หมิงเวยชะงักแล้วหัวเราะเยาะตนเอง “ข้ากำลังขอโทษเรื่องอะไรอยู่นะ ข้าเชื่อว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว เหตุใดต้องมาแสร้งทำเป็นซื่อด้วย แสร้งทำตัวเป็นคนดีมาหลายสิบปีจนคิดว่าตนเองเป็นคนดีไปแล้วจริงๆ สินะ”
นางหันกลับไปและเปิดหน้าต่าง พระจันทร์ทรงกลดสาดส่องแสงอันอบอุ่นเข้ามา
“ยังไม่ออกมาอีกหรือ” นางพูดอย่างเย็นชา แต่ไม่มีใครตอบรับ
หมิงเวยหัวเราะเสียงเย็น “อารมณ์ของข้าไม่ได้ดีขนาดนั้น หากเจ้าไม่ปรากฏตัวออกมา จนทำให้ข้าต้องดึงเจ้าออกมาเองละก็ จุดจบของเจ้าอาจไม่ได้ดีเท่าใดนัก”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีควันบางๆ ลอยออกมาจากแขนเสื้อของนาง กลายเป็นสายเส้นเล็กๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ มีหงอนแหงนชี้ขึ้น เห็นได้ชัดว่าเป็นรูปร่างของงู
“เจ้า เจ้าโหดร้ายมาก…” เสียงอันแผ่วเบาราวกับเด็กบ่นด้วยความคับแค้นใจ “เห็นได้ชัดว่าเจ้าฆ่าข้า แล้วยังดุข้า…”
หมิงเวยสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อ และมองมันอย่างเย็นชา