ามเร็วในการฝึกตนของวิญญาณได้เร็วกว่าปีศาจด้วยซ้ำ”
“วิธีอันใดรึ”
“สาเหตุที่วิญญาณฝึกตนช้าก็คือพวกเขาไม่มีกายเนื้อ ไม่สามารถรวบรวมพลังได้ หากมีคนแบ่งปันพลังให้ปัญหานี้ก็จะหมดไป”
“อา!” งูขาวตัวน้อยก็นึกขึ้นได้ “เจ้าหมายถึงทำสัญญากับมนุษย์ใช่หรือไม่ เหมือนข้าจะเคยได้ยินมา บนโลกนี้มีมนุษย์ประเภทที่ถูกเรียกว่าเสวียนชื่อ พวกเขาฝึกฝนเช่นเดียวกับวิญญาณและปีศาจใช้พลังเพื่อปกป้องความเรียบร้อยของสังคมมนุษย์ หากมีภูติผีปีศาจออกมารบกวนละก็ พวกเขาจะออกมาปราบปราม เจ้า…เจ้าเป็นเสวียนชื่อใช่หรือไม่”
น้ำเสียงที่ดูขี้อายแต่ก็มีความกลัวเกรงปะปนมาด้วย “พูดตามตรง” หมิงเวยชะงัก “ข้าเป็นปรมาจารย์แห่งชีวิต”
“ปรมาจารย์แห่งชีวิตหมายถึงผู้ที่พยากรณ์งั้นหรือ”
“นั่นเรียกว่าผู้ทำนายดวงชะตา” หมิงเวยอธิบายให้ฟัง “ปรมาจารย์แห่งชีวิตเป็นคำเรียกชื่อเพื่อเป็นการให้เกียรติมีเพียงผู้เดียวในใต้หล้าเท่านั้นที่สามารถใช้ได้ จึงมีคำกล่าวที่ว่า เสวียนชื่ออันดับหนึ่งในใต้หล้า ถูกขนานนามว่าปรมาจารย์แห่งชีวิต”
งูขาวตัวน้อยครุ่นคิดอย่างหนักอยู่พักหนึ่ง “เจ้าจะบอกว่า ปรมาจารย์แห่งชีวิตคือเสวียนชื่อที่เก่งกาจที่สุดใช่หรือไม่”
“ใช่…” หมิงเวยยิ้มอย่างใจดี
“เจ้าเก่งกาจขนาดนั้นเลยรึ…”
หมิงเวยไม่ตอบ แต่ถามเพียงว่า “ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องการทำสัญญากับข้าหรือไม่ ตอนนี้ข้าเกิดปัญหาเล็กน้อย วิญญาณที่เดิมทีต้องทำสัญญากับข้าไม่อยู่แล้ว ถึงแม้ร่า