ไหม”
“สบายดีเจ้าค่ะ! ท่านอาสี่ไม่ได้ลงโทษหนักนัก พวกเขาเองก็ดูจะชินกับการถูกลงโทษแล้ว ตอนที่ลูกไปถึงพวกเขากำลังคุยเรื่องอาหาร…”
ฮูหยินสามจ้องมองบุตรสาว แสงเทียนอันอบอุ่นส่องลงบนใบหน้าขาวสะอาดของนาง ช่างดูบอบบางและคล่องแคล่ว ซึ่งทำให้นางนึกถึงคำพูดของนายท่านสอง
ยิ่งสะอาดและสูงส่งมากเท่าใดยิ่งดึงดูดให้อยากดึงลงมากเท่านั้น
เด็กคนนี้โง่เขลามาหลายสิบปี ในที่สุดก็ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กสาวทั่วไป ได้แอบออกไปเล่นกับเพื่อนๆ แอบเอาอาหารไปให้พวกเขากลางดึก ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่น่าสนใจกัน…
นางไม่ต้องการความร่ำรวย ไม่ต้องการความสูงส่ง แค่ต้องการใช้ชีวิตกับบุตรสาวของนางได้อย่างปลอดภัยเท่านั้น
อย่างน้อยลูกก็ไม่เหมือนนางมีแต่ดึงให้คนตกต่ำลง
“เสี่ยวชี”
หมิงเวยหยุดพูด นางมองออกว่าฮูหยินสามมีบางอย่างในใจ นางถึงได้ตั้งใจทำตัวให้มีชีวิตชีวาเพียงเพื่อให้นางมีความสุข
น่าเสียดายที่ไม่ได้ผล หรือว่านายท่านสองเข้ามาพูดอะไรกับนางหรือเปล่า
สิ่งที่ฮูหยินสามพูดมานั้นไม่ใช่สิ่งที่นางคาดเดาได้ “ตอนที่ลูกยังเล็ก แม่ได้หมั้นหมายลูกไว้กับญาติ”
หมิงเวยชะงัก “ท่านพี่ที่เป็นบุตรชายของท่านลุงใช่หรือไม่เจ้าคะ ก่อนหน้านี้ลูกได้ยินท่านแม่พูดกับแม่นมถง”
“ใช่แล้ว” ฮูหยินสามตอบ “ก่อนหน้านี้ลูกยังเล็ก แม่ไม่เคยจัดพิธีอะไรให้ลูกเลย ตอนนี้ลูกอายุสิบห้าแล้ว ถึงเวลาที่ควรจัดแล้วล่ะ”
หมิงเวยกำลังคิดว่าหาเหตุผลอะไรมาปฏิเสธดี สวรร