สินใจทำตัวอ่อนหวานน่ารักจึงล้มลงบนตักของฮูหยินสาม ทำตัวออดอ้อนเหมือนเด็กหญิงตัวเล็กๆ “ลูกจะเชื่อฟังท่านแม่ ท่านแม่ว่าอย่างไรลูกว่าตามนั้นเจ้าค่ะ”
ฮูหยินสามอดยิ้มออกมาไม่ได้ นางบีบจมูกของบุตรสาว “เจ้าอายุเท่าใดแล้ว หากยังติดแม่เช่นนี้ออกเรือนไปจะทำอย่างไรกัน”
“แม่นมถงไม่ได้พูดไว้หรือเจ้าคะว่าหากลูกออกเรือนไป ท่านแม่จะซื้อเรือนข้างๆ เช่นนี้พวกเราก็จะได้อยู่ด้วยกัน”
หมิงเวยกอดนางไว้ไม่ยอมปล่อย นี่เป็นความรู้สึกออดอ้อนของแม่ลูกใช่หรือไม่ ทำให้คนเรารู้สึกอาลัยอาวรณ์ไม่อยากจากกันจริงๆ
นางไม่ได้ผ่อนคลายเช่นนี้มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่แคว้นฉีเหนือล่มสลาย ในช่วงแรกนางเดินตามเส้นทางที่ท่านอาจารย์วาดไว้ ภายหลังไม่มีอำนาจมากพอ นางจึงต้องบังคับตัวเองให้เติบโตขึ้น กลายเป็นผู้สืบทอดปรมาจารย์แห่งชีวิตที่มีคุณสมบัติเหมาะสมของท่านอาจารย์
ในตอนนี้ นางมาอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย บางคนสามารถทำตัวเป็นเด็กต่อไปได้หากเราเงยหน้ามองบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
เมื่อก่อนคือท่านอาจารย์ ตอนนี้คือ…ท่านแม่
“ช่างเป็นเด็กเสียจริง” ฮูหยินสามยังมีความสุขกับการที่บุตรสาวทำตัวออดอ้อน
นางคิดมาสักพักแล้วจึงดึงปิ่นปักผมสีทองออกจากมวยผมของตนเอง
“ปีนี้ลูกอายุสิบห้าแล้ว เดิมทีควรได้เข้าพิธีปักปิ่น แต่เพราะก่อนหน้านี้ลูกป่วย แม่เองก็ไม่อยากฝืนบังคับลูก แม่ผิดไปแล้ว ปิ่นปักผมนี้เป็นของแทนใจที่ท่านพ่อของลูกให้แม่ไว้ หลายปีที่ผ่านมาแม่ใส