“คุกเข่า!”
“ตุบๆ!”
หมิงเซียงกับหมิงฮ่าวไม่กล้าพูดแม้แต่คำเดียวจึงได้แต่ก้มหน้าลง หมิงเวยมองแล้วคุกเข่าข้างกายหมิงเซียง
นายท่านสี่เลิกคิ้ว น้ำเสียงของเขาดุดัน แต่สิ่งที่พูดออกมากลับเป็น “เจ้าไม่ต้องคุกเข่า! กลับสวนอวี๋ฟางไปซะ”
หมิงเซียงและหมิงฮ่าวแอบมองนางด้วยสายตาอิจฉา
หมิงเวยยืนขึ้นอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็ย่อกายทำความเคารพให้นายท่านสี่ที่มีสีหน้าไม่น่ามองกับนายท่านสองที่มีสีหน้าไร้ความรู้สึกแล้วเดินออกไป
หมิงเฉิงที่รออยู่ข้างนอกรู้สึกโล่งใจที่เห็นนางออกมา ทั้งสองได้ยินเสียงด่าของนายท่านสี่จากในห้อง “พวกเจ้ากล้ามาก! แอบหนีออกมาโดยไม่บอกไม่กล่าว ซ้ำยังพาเสี่ยวชีออกไปด้วยอีก! ไม่รู้หรือว่านางต่างจากพวกเจ้า”
หมิงเซียงโต้กลับอย่างอ่อนแรง “ไม่เหมือนกันตรงไหนเจ้าคะ ก็พี่เจ็ดหายดีแล้ว…”
“เจ้ายังจะเถียงอีก!” หมิงเซียงไม่กล้าพูดอีก
“ปกติก็เหมือนลิงอยู่แล้ว โดยเฉพาะเจ้า ใครจะรู้ว่ายิ่งโตเจ้ายิ่งทำอะไรไม่เข้าท่า! พาลิ่วเกอไปด้วยก็แย่อยู่แล้ว แต่นี่แม้แต่เสี่ยวชีก็ยังพาไปด้วย…”
ข้างนอกห้องหมิงเฉิงกับหมิงเวยมองหน้ากัน หมิงเฉิงพูดเสียงเบา “โดนตีแน่เลย”
แน่นอนว่านายท่านสี่ต้องอบรมทั้งสองคนตามกฎของตระกูล แล้วเสียงร้องไห้ของหมิงเซียง และหมิงฮ่าวก็ดังออกมาจากในห้อง
ทั้งสองคนถูกตีไปคนละสิบที และลงโทษให้คุกเข่า “คุกเข่าไปจนถึงพรุ่งนี้เช้าแล้วค่อยกลับ!”
ดวงตาของหมิงเซียงเต็มไปด้วยน้ำตา “แล้วข้าวเย็น…”
“